You are currently viewing สแกนม่านตา ยืนยันตัวตนแรงงานต่างด้าว เพื่อ Health ID และสิทธิรักษาพยาบาล | The Worker

สแกนม่านตา ยืนยันตัวตนแรงงานต่างด้าว เพื่อ Health ID และสิทธิรักษาพยาบาล | The Worker

สแกนม่านตา ยืนยันตัวตนแรงงานต่างด้าว สร้าง Health ID และสิทธิรักษาพยาบาล

กระทรวงสาธารณสุขเดินหน้านำนวัตกรรม สแกนม่านตา (Iris Scan) เข้ามาใช้ยืนยันตัวตนแรงงานต่างด้าว เพื่อออก Health ID และเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพ เป้าหมายสำคัญคือเพิ่มการเข้าถึงสิทธิประกันสุขภาพ ลดการสวมสิทธิ และสร้างระบบควบคุมโรคที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น

Key Points

  • สแกนม่านตายืนยันตัวตนแรงงานต่างด้าว สร้าง Health ID
  • ช่วยป้องกันการสวมสิทธิ ลดความเสี่ยงโรคติดต่อ
  • เริ่มนำร่องใน 10 จังหวัด ใช้ “สมุทรสาครโมเดล” เป็นต้นแบบ

ทำไมต้องสแกนม่านตา?

ม่านตามีลักษณะเฉพาะไม่ซ้ำกันแม้กระทั่งฝาแฝด และไม่เปลี่ยนแปลงตลอดชีวิต จึงเป็นข้อมูลชีวภาพที่ปลอดภัยและแม่นยำกว่าการสแกนลายนิ้วมือหรือการสแกนใบหน้า เทคโนโลยีนี้จะช่วยแก้ปัญหาชื่อซ้ำ การสวมรอย และปัญหาผู้ไม่มีเอกสารแสดงตน

สถานการณ์แรงงานต่างด้าวในประเทศไทย

ปัจจุบันประเทศไทยมีแรงงานต่างด้าวประมาณ 5.3 ล้านคน แบ่งเป็นผู้มีสิทธิรักษาพยาบาลในระบบประกันสังคมกว่า 1.6 ล้านคน และผู้มีสิทธิในระบบประกันสุขภาพของสธ. ประกันเอกชน หรือสิทธิพิเศษอื่น ๆ อีกหลายแสนคน แต่ยังมีแรงงานต่างด้าวที่ไม่มีหลักประกันสุขภาพราว 1.5-1.6 ล้านคน กลุ่มนี้ถือเป็นความท้าทายที่รัฐต้องวางระบบสาธารณสุขครอบคลุมมากขึ้น

สมุทรสาครโมเดล: ต้นแบบการจัดการ

จังหวัดสมุทรสาครมีแรงงานต่างด้าวจำนวนมากและเคยเป็นพื้นที่เสี่ยงในช่วงโควิด-19 การนำระบบ สแกนม่านตาแรงงานต่างด้าว มาใช้ทำให้การยืนยันตัวตนผู้ป่วยชัดเจนขึ้น ลดปัญหาชื่อซ้ำและช่วยจัดการโรคระบาดได้มีประสิทธิภาพ ปัจจุบันโรงพยาบาลและ รพ.สต. ในสมุทรสาครมีเครื่องสแกนม่านตาครบ 100%

ข้อกำหนดสำหรับสถานพยาบาล

  • ต้องเป็นโรงพยาบาลเอกชน (ไม่อนุญาตคลินิกทั่วไป)
  • ต้องมีระบบ สแกนม่านตา เพื่อยืนยันอัตลักษณ์
  • มีห้องแลปที่ได้รับการรับรอง และห้องเอ็กซเรย์มาตรฐาน
  • ต้องตรวจโรคเฝ้าระวัง เช่น วัณโรค โรคเรื้อน โรคเท้าช้าง และซิฟิลิส

หากสถานพยาบาลใดให้บริการโดยไม่ได้รับอนุญาต จะถือว่ามีความผิดตาม พ.ร.บ.สถานพยาบาล พ.ศ.2541 มาตรา 35(4) ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ผลลัพธ์ที่คาดหวัง

การนำระบบ สแกนม่านตาแรงงานต่างด้าว มาใช้ทั่วประเทศ จะช่วยให้แรงงานทุกคนเข้าถึงสิทธิการรักษาพยาบาลได้อย่างเท่าเทียม ลดการแพร่ระบาดของโรคติดต่ออันตราย และสร้างความมั่นคงด้านแรงงานและสาธารณสุขไทยในระยะยาว

ต้องการคำแนะนำเรื่องสแกนม่านตาและแรงงานต่างด้าว?

ปรึกษา บริการจัดหาแรงงานต่างด้าวครบวงจรโดย The Worker หรือดูข้อมูลธุรกิจเพิ่มเติมได้ที่ เพจ Facebook Business Solution

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) — สแกนม่านตาแรงงานต่างด้าว

สแกนม่านตาเจ็บไหม และใช้เวลานานเท่าไร?
ไม่เจ็บ เพราะเป็นการถ่ายภาพม่านตาด้วยกล้องเฉพาะโดยไม่สัมผัสดวงตา ใช้เวลาประมาณ 1–3 นาทีต่อคน
ต้องสแกนม่านตาทุกครั้งที่ไปโรงพยาบาลหรือไม่?
ไม่จำเป็นทุกครั้ง ระบบจะยืนยันตัวตนเมื่อขึ้นทะเบียนทำ Health ID ครั้งแรก และอาจมีการยืนยันซ้ำในกรณีจำเป็น เช่น เปลี่ยนหน่วยบริการหรือมีข้อสงสัยเรื่องตัวตน
แรงงานต่างด้าวต้องไปที่ไหนเพื่อสแกนม่านตาและตรวจสุขภาพ?
ไปที่โรงพยาบาลของรัฐ หรือ โรงพยาบาลเอกชนที่ได้รับอนุญาต และติดตั้งระบบสแกนม่านตาแล้ว หากต้องการผู้ช่วยจัดการเอกสารและนัดหมาย ติดต่อ ที่ปรึกษาแรงงานต่างด้าว The Worker
โรงพยาบาลเอกชนแบบใดที่ตรวจแรงงานต่างด้าวได้?
ต้องเป็น “โรงพยาบาลเอกชน” (ไม่อนุญาตคลินิกทั่วไป) มีระบบสแกนม่านตา ห้องแลปและเอกซเรย์ที่ได้มาตรฐาน และขึ้นทะเบียนตามขั้นตอนกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ข้อมูลไบโอเมตริกซ์ (ม่านตา) ปลอดภัยหรือไม่ และเก็บอย่างไร?
ข้อมูลถูกเก็บในระบบของหน่วยงานรัฐ/หน่วยบริการตามมาตรการความปลอดภัยและกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ใช้เพื่อยืนยันตัวตนและเชื่อมสิทธิรักษาพยาบาลเท่านั้น
ต้องตรวจโรคอะไรบ้างในการตรวจสุขภาพแรงงานต่างด้าว?
ตามเกณฑ์มาตรฐานประกอบด้วยการคัดกรองโรคเฝ้าระวัง เช่น วัณโรค โรค

สนใจข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติม ติดต่อ The Worker หรือดูแนวทางธุรกิจผ่าน Facebook Business Solution

ใส่ความเห็น