
นายจ้างหรือสถานประกอบการที่มีแรงงานต่างด้าวสัญชาติลาว เมียนมา หรือเวียดนาม ซึ่งอยู่ในกลุ่มที่ได้รับสิทธิตามมติคณะรัฐมนตรี ควรตรวจสอบสถานะและเตรียมดำเนินการต่ออายุใบอนุญาตทำงานให้ครบถ้วนภายในระยะเวลาที่หน่วยงานราชการกำหนด เพื่อให้แรงงานสามารถทำงานในประเทศไทยได้อย่างถูกต้องและต่อเนื่อง
บทความนี้สรุปขั้นตอนสำคัญตั้งแต่การตรวจสอบสิทธิ การเตรียมเอกสาร การยื่นคำขอ การชำระค่าธรรมเนียม จนถึงการนัดหมายเพื่อออกใบอนุญาตทำงาน โดยอ้างอิงข้อมูลตามแนวทางที่เผยแพร่สำหรับแรงงานต่างด้าวกลุ่มดังกล่าว
ใครบ้างที่ต้องตรวจสอบสิทธิต่ออายุใบอนุญาตทำงาน
แรงงานต่างด้าวสัญชาติลาว เมียนมา และเวียดนามที่อยู่ในกลุ่มตามมติ ครม. วันที่ 14 กรกฎาคม 2569 ควรตรวจสอบสิทธิของตนเองก่อนเริ่มดำเนินการ
ข้อมูลที่ใช้ตรวจสอบสิทธิโดยทั่วไป ได้แก่
- เลขที่หนังสือเดินทาง
- เลขประจำตัวคนต่างด้าว
- หมายเลขอ้างอิงคนต่างด้าว
- สัญชาติของแรงงาน
การตรวจสอบสิทธิเป็นขั้นตอนสำคัญ เพราะช่วยยืนยันว่าแรงงานแต่ละรายอยู่ในกลุ่มที่สามารถยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตทำงานตามแนวทางดังกล่าวได้หรือไม่
ขั้นตอนที่ 1 ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตทำงาน
นายจ้าง ผู้รับมอบอำนาจ หรือบริษัทนำคนต่างด้าวมาทำงานในประเทศที่ได้รับอนุญาต สามารถดำเนินการยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตทำงานผ่านระบบและเมนูบริการที่กรมการจัดหางานกำหนด
การยื่นคำขอครอบคลุมแรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติ ได้แก่
- สัญชาติลาว
- สัญชาติเมียนมา
- สัญชาติเวียดนาม
ก่อนยื่นคำขอ นายจ้างควรตรวจสอบข้อมูลส่วนบุคคลของแรงงาน ชื่อ–นามสกุล เลขที่เอกสารประจำตัว สัญชาติ ข้อมูลนายจ้าง และสถานที่ทำงานให้ถูกต้องตรงกับเอกสารทุกฉบับ
เอกสารประกอบการต่ออายุใบอนุญาตทำงาน
1. เอกสารยืนยันตัวตนของแรงงานต่างด้าว
ให้ใช้เอกสารที่ราชการไทยหรือประเทศต้นทางออกให้ตามสถานะของแรงงาน เช่น
- หนังสือเดินทาง
- เอกสารใช้แทนหนังสือเดินทาง
- หนังสือรับรองสถานะบุคคล
- บัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทยที่ออกโดยกรมการปกครอง
- บัตรประจำตัวผู้ไม่มีสัญชาติไทย
- เอกสารอื่นที่ประเทศต้นทางออกให้และทางราชการรับรอง
ควรตรวจสอบวันหมดอายุของเอกสารก่อนยื่นคำขอทุกครั้ง หากข้อมูลในเอกสารไม่ตรงกัน อาจต้องดำเนินการแก้ไขข้อมูลก่อนเข้าสู่ขั้นตอนพิจารณา
2. สำเนาใบอนุญาตทำงาน
ใช้สำเนาใบอนุญาตทำงานเดิมหรือสำเนาทะเบียนใบอนุญาตทำงานของแรงงานต่างด้าวแต่ละราย
เอกสารต้องชัดเจน อ่านข้อมูลได้ครบ และตรงกับข้อมูลที่บันทึกไว้ในระบบ
3. รูปถ่ายแรงงานต่างด้าว
ใช้รูปถ่ายปัจจุบันของแรงงานต่างด้าว ขนาด 3 × 4 เซนติเมตร
ควรใช้ภาพหน้าตรง พื้นหลังเรียบ แต่งกายสุภาพ และไม่ใช้ภาพเก่าที่มีลักษณะแตกต่างจากปัจจุบันอย่างเห็นได้ชัด
4. เอกสารผลการตรวจสุขภาพ
แรงงานต้องตรวจสุขภาพกับสถานพยาบาลที่ได้รับการรับรองตามหลักเกณฑ์ของทางราชการ โดยตรวจโรคตามรายการที่กำหนด
ผลการตรวจสุขภาพต้องไม่หมดอายุในวันที่ยื่นคำขอ และวันตรวจสุขภาพควรอยู่ภายในช่วงเวลาที่กำหนดก่อนวันยื่นคำขอ โดยข้อมูลประชาสัมพันธ์ระบุให้ตรวจภายใน 60 วันก่อนการยื่นคำขอ
5. เอกสารการประกันสุขภาพ
กรณีแรงงานไม่ได้อยู่ในระบบประกันสังคม ต้องมีหลักฐานการประกันสุขภาพตามแบบหรือจากบริษัทประกันที่ได้รับอนุญาตตามประกาศของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
นายจ้างควรตรวจสอบให้ชัดเจนว่าแรงงานรายใดอยู่ในระบบประกันสังคมแล้ว และรายใดต้องซื้อประกันสุขภาพเพิ่มเติม เพื่อป้องกันการจัดเตรียมเอกสารผิดประเภท
6. หนังสือมอบอำนาจ
หากนายจ้างไม่ได้ดำเนินการด้วยตนเอง ต้องจัดทำหนังสือมอบอำนาจให้แก่ผู้รับมอบอำนาจหรือบริษัทนำคนต่างด้าวมาทำงานในประเทศที่ได้รับอนุญาต
หนังสือมอบอำนาจต้องลงนามให้ครบถ้วน และติดอากรแสตมป์ 10 บาทตามรูปแบบที่กำหนด
กรณีบริษัทนำคนต่างด้าวมาทำงานในประเทศเป็นผู้ดำเนินการแทน ต้องตรวจสอบขอบเขตอำนาจและเอกสารประกอบของทั้งนายจ้างและแรงงานให้ครบถ้วนด้วย
เอกสารที่นายจ้างควรเตรียมเพิ่มเติม
นอกเหนือจากเอกสารของแรงงาน นายจ้างควรเตรียมเอกสารของกิจการตามที่ระบบหรือเจ้าหน้าที่กำหนด เช่น
- หนังสือรับรองบริษัทหรือห้างหุ้นส่วน
- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของนายจ้างหรือกรรมการ
- หนังสือมอบอำนาจจากนายจ้าง
- เอกสารของผู้รับมอบอำนาจ
- เอกสารเกี่ยวกับสถานประกอบการ
- บัญชีรายชื่อแรงงานที่จะดำเนินการต่ออายุ
หนังสือรับรองนิติบุคคลที่นำมายื่นควรเป็นฉบับปัจจุบันและมีอายุไม่เกินระยะเวลาที่หน่วยงานกำหนด โดยทั่วไปควรเตรียมฉบับที่ออกไว้ไม่เกิน 6 เดือน
ขั้นตอนที่ 2 ชำระค่าธรรมเนียม
เมื่อกรอกข้อมูลและแนบเอกสารครบถ้วนแล้ว ผู้ยื่นคำขอต้องชำระเงินรวม 1,000 บาทต่อคน ประกอบด้วย
- ค่าธรรมเนียมการยื่นคำขอ 100 บาท
- ค่าธรรมเนียมการต่ออายุใบอนุญาตทำงาน 900 บาท
ควรตรวจสอบช่องทางการชำระเงิน เลขอ้างอิง และสถานะการชำระเงินให้เรียบร้อย พร้อมเก็บหลักฐานการชำระเงินไว้จนกว่าจะได้รับใบอนุญาตทำงาน
ค่าธรรมเนียมดังกล่าวเป็นค่าธรรมเนียมราชการตามข้อมูลประชาสัมพันธ์ และไม่รวมค่าตรวจสุขภาพ ค่าประกันสุขภาพ ค่าจัดเตรียมเอกสาร หรือค่าบริการของผู้ดำเนินการ
ขั้นตอนที่ 3 เจ้าหน้าที่ตรวจสอบและพิจารณาเอกสาร
หลังจากยื่นคำขอและชำระเงินแล้ว คำขอจะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาตามลำดับ ดังนี้
- เจ้าหน้าที่ Outsourcing Service ตรวจสอบเอกสารเบื้องต้น
- ผู้ช่วยนายทะเบียนตรวจสอบและพิจารณาคำขอ
- นายทะเบียนพิจารณาอนุมัติหรือมีคำสั่งเกี่ยวกับคำขอ
หากเอกสารไม่ครบถ้วน ข้อมูลไม่ตรงกัน หรือเอกสารหมดอายุ ผู้ยื่นคำขออาจได้รับแจ้งให้แก้ไขหรือส่งเอกสารเพิ่มเติม ซึ่งอาจทำให้กระบวนการล่าช้าได้
ขั้นตอนที่ 4 รับผลการพิจารณาจากระบบ
เมื่อนายทะเบียนอนุมัติคำขอแล้ว ผู้ยื่นคำขอจะได้รับเอกสารหรือผลตอบกลับผ่านระบบ
นายจ้างหรือผู้รับมอบอำนาจควรตรวจสอบสถานะในระบบอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงตรวจสอบข้อความแจ้งเตือนและเอกสารที่ระบบส่งกลับ เพื่อไม่ให้พลาดกำหนดเวลานัดหมายหรือขั้นตอนถัดไป
ขั้นตอนที่ 5 นัดหมายและออกใบอนุญาตทำงาน
หลังได้รับอนุมัติ ผู้ยื่นคำขอต้องดำเนินการนัดหมายวันและเวลา แล้วนำแรงงานเดินทางไปยังศูนย์บริการตามที่ระบบกำหนด เพื่อดำเนินการออกใบอนุญาตทำงานหรือจัดทำบัตรตามขั้นตอน
ก่อนเดินทางควรตรวจสอบสิ่งต่อไปนี้
- วัน เวลา และสถานที่นัดหมาย
- เอกสารต้นฉบับที่ต้องนำไปแสดง
- หนังสือเดินทางหรือเอกสารประจำตัวของแรงงาน
- ใบอนุญาตทำงานเดิม
- หลักฐานการชำระเงิน
- หนังสือมอบอำนาจ
- เอกสารตอบรับหรือใบนัดจากระบบ
หากมีการตรวจลงตราหรือวีซ่าในหนังสือเดินทางแล้ว ควรแนบหรือเตรียมสำเนาหน้าที่เกี่ยวข้องไปด้วย โดยเฉพาะกรณีแรงงานสัญชาติเวียดนามตามเงื่อนไขที่กำหนด
สรุปขั้นตอนต่ออายุใบอนุญาตทำงานแบบสั้น
กระบวนการหลักสามารถสรุปได้เป็น 5 ขั้นตอน ได้แก่
- ตรวจสอบสิทธิและยื่นคำขอผ่านระบบ
- แนบเอกสารและชำระค่าธรรมเนียม 1,000 บาท
- เจ้าหน้าที่และนายทะเบียนตรวจสอบคำขอ
- รับผลอนุมัติหรือเอกสารตอบกลับจากระบบ
- นัดหมายแรงงานเพื่อดำเนินการออกใบอนุญาตทำงาน
หัวใจสำคัญคือการตรวจสอบเอกสารให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น เพราะเอกสารที่ไม่ครบ ข้อมูลไม่ตรง หรือหมดอายุ อาจทำให้คำขอต้องแก้ไขและกระทบต่อระยะเวลาการดำเนินงานของนายจ้าง
เหตุใดนายจ้างควรรีบดำเนินการ
การปล่อยให้ใบอนุญาตทำงานหมดอายุหรือดำเนินการไม่ทันกำหนด อาจส่งผลต่อสิทธิการทำงานของแรงงานและก่อให้เกิดความเสี่ยงด้านกฎหมายแก่นายจ้าง
นายจ้างจึงควรดำเนินการล่วงหน้า โดยเฉพาะเรื่องต่อไปนี้
- ตรวจสอบรายชื่อแรงงานที่มีสิทธิต่ออายุ
- ตรวจสอบวันหมดอายุของหนังสือเดินทางและใบอนุญาตทำงาน
- นัดตรวจสุขภาพกับสถานพยาบาลที่ได้รับการรับรอง
- ตรวจสอบสิทธิประกันสังคมหรือจัดซื้อประกันสุขภาพ
- จัดทำหนังสือมอบอำนาจและเอกสารนายจ้าง
- ตรวจสอบความถูกต้องก่อนกดยื่นคำขอและชำระเงิน
บริการต่ออายุใบอนุญาตทำงานแรงงานต่างด้าวครบวงจร
บริษัท นำคนต่างด้าวมาทำงานในประเทศ เดอะ เวิร์คเกอร์ จำกัด ให้บริการดำเนินการเกี่ยวกับแรงงานต่างด้าวสัญชาติลาว เมียนมา และเวียดนาม พร้อมช่วยตรวจสอบสถานะ จัดเตรียมเอกสาร ยื่นคำขอ ติดตามผล และประสานขั้นตอนการออกใบอนุญาตทำงาน
บริการของเราครอบคลุมตั้งแต่ต้นจนจบ ได้แก่
- ตรวจสอบสิทธิของแรงงาน
- ตรวจสอบเอกสารนายจ้างและแรงงาน
- จัดทำหนังสือมอบอำนาจ
- ประสานการตรวจสุขภาพและประกันสุขภาพ
- ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตทำงาน
- ติดตามผลการพิจารณา
- ประสานวันนัดหมายและการรับใบอนุญาตทำงาน
- ให้คำแนะนำด้านการจ้างแรงงานต่างด้าวอย่างถูกต้อง
นายจ้างที่มีแรงงานหลายรายควรเริ่มตรวจสอบเอกสารโดยเร็ว เพื่อให้มีเวลาแก้ไขกรณีหนังสือเดินทางหมดอายุ ข้อมูลแรงงานไม่ตรง หรือเอกสารนายจ้างไม่ครบถ้วน
ติดต่อสอบถามบริการได้ที่
บริษัท นำคนต่างด้าวมาทำงานในประเทศ เดอะ เวิร์คเกอร์ จำกัด
เว็บไซต์: https://worker.co.th
คำถามที่พบบ่อย
ต่ออายุใบอนุญาตทำงานมีค่าธรรมเนียมเท่าไร
ตามข้อมูลประชาสัมพันธ์ ค่าธรรมเนียมรวม 1,000 บาทต่อคน แบ่งเป็นค่าคำขอ 100 บาท และค่าธรรมเนียมต่ออายุใบอนุญาตทำงาน 900 บาท ทั้งนี้ยังไม่รวมค่าใช้จ่ายอื่น เช่น ค่าตรวจสุขภาพ ค่าประกันสุขภาพ และค่าบริการดำเนินการ
แรงงานที่มีประกันสังคมแล้วต้องซื้อประกันสุขภาพอีกหรือไม่
ต้องพิจารณาตามสถานะของแรงงานและเงื่อนไขที่หน่วยงานกำหนด โดยหลักฐานประชาสัมพันธ์ระบุให้แรงงานที่ไม่มีประกันสังคมจัดทำประกันสุขภาพจากผู้ให้บริการที่ได้รับอนุญาต
นายจ้างมอบอำนาจให้ผู้อื่นดำเนินการได้หรือไม่
ได้ โดยต้องจัดทำหนังสือมอบอำนาจให้ถูกต้อง ลงลายมือชื่อครบถ้วน และติดอากรแสตมป์ตามที่กำหนด
ต้องตรวจสุขภาพใหม่หรือไม่
ต้องมีผลตรวจสุขภาพตามรายการโรคและระยะเวลาที่กำหนด ผลตรวจต้องไม่หมดอายุในวันยื่นคำขอ และควรตรวจภายใน 60 วันก่อนวันยื่นคำขอ
เมื่อระบบอนุมัติแล้วได้รับบัตรทันทีหรือไม่
ยังต้องดำเนินการตามใบนัด โดยนำแรงงานและเอกสารที่กำหนดไปยังศูนย์บริการในวันและเวลานัดหมาย เพื่อดำเนินการออกใบอนุญาตทำงานให้เสร็จสมบูรณ์
หมายเหตุ: หลักเกณฑ์ ขั้นตอน เอกสาร ระยะเวลา และสถานที่ให้บริการอาจมีการแก้ไขตามประกาศของกรมการจัดหางานหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นายจ้างควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดก่อนดำเนินการทุกครั้ง