มาตรการยื่น บต.50: สิ่งที่นายจ้างต้องรู้ และผลกระทบต่อธุรกิจ (12–26 ธันวาคม 2568)
มาตรการยื่น บต.50 เป็นมาตรการเร่งด่วนตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 ที่เห็นชอบแนวทางบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าวที่มีสถานะไม่ถูกต้องตามกฎหมาย สำหรับคนต่างด้าว 3 สัญชาติ ได้แก่ ลาว เมียนมา และเวียดนาม โดยกำหนดให้ นายจ้างหรือผู้ได้รับมอบอำนาจ ยื่นคำขออนุญาตทำงานแทนคนต่างด้าว (แบบ บต.50) ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ eworkpermit ภายในระยะเวลาเพียง 15 วัน
อธิบดีกรมการจัดหางานได้มีข้อสั่งการให้สำนักบริหารแรงงานต่างด้าว และสำนักงานจัดหางานในพื้นที่ (สจจ./สจก.1–10) ช่วยประชาสัมพันธ์ให้นายจ้างและบริษัทต่าง ๆ ที่นำแรงงาน 3 สัญชาติข้างต้นมาทำงานในประเทศไทย รีบดำเนินการให้ทันกำหนดเวลา
รายละเอียดสำคัญของมาตรการยื่น บต.50
- กลุ่มเป้าหมาย: คนต่างด้าวสัญชาติ ลาว เมียนมา และเวียดนาม ที่มีสถานะไม่ถูกต้องตามกฎหมาย
- แบบฟอร์มที่ใช้: คำขออนุญาตทำงานแทนคนต่างด้าว (บต.50)
- ผู้ยื่น: นายจ้าง หรือบริษัท/บุคคลที่ได้รับมอบอำนาจจากนายจ้าง
- ช่องทางยื่น: ระบบอิเล็กทรอนิกส์ eworkpermit ของกรมการจัดหางาน
- กำหนดเวลา: ระหว่างวันที่ 12 ธันวาคม 2568 ถึงวันที่ 26 ธันวาคม 2568 รวม 15 วัน
ทำไมมาตรการยื่น บต.50 จึงสำคัญสำหรับนายจ้าง
มาตรการยื่น บต.50 ไม่ได้เป็นเพียงขั้นตอนด้านเอกสารเท่านั้น แต่เป็นการ “จัดระเบียบ” แรงงานต่างด้าวที่อยู่ในสถานะไม่ถูกต้องให้กลับเข้าสู่ระบบกฎหมายของไทย หากนายจ้างเพิกเฉยหรือดำเนินการไม่ทันเวลา อาจเสี่ยงเข้าข่ายการจ้างแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย ซึ่งนำไปสู่โทษปรับและผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจโดยตรง
ในทางกลับกัน หากนายจ้างใช้โอกาสนี้จัดการข้อมูลและสถานะของแรงงานให้ถูกต้อง จะช่วยลดความเสี่ยงในระยะยาว ทั้งด้านกฎหมาย การตรวจแรงงาน และความเชื่อมั่นของลูกค้า–คู่ค้า
ผลกระทบของมาตรการยื่น บต.50 ต่อธุรกิจ
1. ภาระการเตรียมเอกสารในระยะเวลาจำกัด
นายจ้างต้องตรวจสอบรายชื่อแรงงาน ตรวจดูสถานะปัจจุบัน รวบรวมข้อมูลและเอกสารที่เกี่ยวข้องให้ครบถ้วน เช่น หนังสือเดินทาง สัญญาจ้าง รูปถ่าย หนังสือมอบอำนาจ ฯลฯ และนำข้อมูลทั้งหมดเข้าสู่ระบบ eworkpermit ภายในช่วงเวลา 15 วัน ธุรกิจที่มีแรงงานจำนวนมาก เช่น โรงงาน ก่อสร้าง ร้านอาหาร และโลจิสติกส์ จะได้รับผลกระทบด้านภาระงานมากเป็นพิเศษ
2. ความเสี่ยงด้านกฎหมายหากไม่ดำเนินการ
หากไม่ยื่น บต.50 ตามกำหนด นายจ้างอาจถูกมองว่าจ้างแรงงานต่างด้าวโดยไม่มีใบอนุญาตทำงานที่ถูกต้อง ซึ่งเสี่ยงต่อการถูกตรวจพบและถูกลงโทษตามกฎหมาย ส่วนแรงงานเองก็เสี่ยงต่อการถูกจับ ปรับ หรือส่งกลับประเทศต้นทาง
3. ผลกระทบด้านต้นทุนและการวางแผนกำลังคน
การยื่น บต.50 ในช่วงเวลาจำกัดอาจทำให้ต้นทุนของนายจ้างเพิ่มขึ้น ทั้งในด้านค่าใช้จ่ายการจัดเตรียมเอกสาร ค่าที่ปรึกษากฎหมาย/แรงงานต่างด้าว รวมถึงความเสี่ยงที่อาจต้องหยุดใช้แรงงานบางส่วน หากสถานะยังไม่ชัดเจนในระหว่างรอขั้นตอนต่อไป
ประโยชน์ของมาตรการยื่น บต.50 ต่อแรงงานต่างด้าว
- เปิดโอกาสให้แรงงานที่สถานะไม่ถูกต้องเข้าสู่ระบบกฎหมายอย่างเป็นทางการ
- ลดความเสี่ยงที่จะถูกจับกุมหรือส่งกลับประเทศ หากนายจ้างดำเนินการยื่นคำขอให้ถูกต้อง
- ช่วยให้แรงงานมีความมั่นคงในงานและสถานะในประเทศไทยมากขึ้นในระยะยาว
สิ่งที่นายจ้างควรทำทันที ภายใต้มาตรการยื่น บต.50
- สำรวจรายชื่อแรงงานต่างด้าวทั้งหมด ที่เป็นสัญชาติ ลาว เมียนมา และเวียดนาม ในบริษัท
- ตรวจสอบสถานะทางกฎหมาย ของแรงงานแต่ละคน ว่าเข้าข่ายต้องยื่น บต.50 หรือไม่
- จัดเตรียมเอกสาร เช่น หนังสือเดินทาง สัญญาจ้าง รูปถ่าย และข้อมูลของนายจ้างให้ครบ
- ออกหนังสือมอบอำนาจ หากให้นิติบุคคลหรือที่ปรึกษายื่นแทน
- ยื่นผ่านระบบ eworkpermit ให้เสร็จภายในกำหนด 12–26 ธันวาคม 2568 เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงทางกฎหมาย
- ติดตามประกาศและหนังสือชี้แจงเพิ่มเติมจากกรมการจัดหางาน เนื่องจากจะมีรายละเอียดขั้นตอนต่อเนื่องออกมาเพิ่มเติมในภายหลัง
อ่านเพิ่มเติม: บทความที่เกี่ยวข้องจาก TheWorker / บริการแรงงานต่างด้าว
หากคุณเป็นนายจ้างที่ต้องดูแลแรงงานต่างด้าวหลายสัญชาติ หรือกำลังวางแผนจ้างแรงงานต่างด้าวในอนาคต การทำความเข้าใจภาพรวมเรื่อง MOU และวีซ่าทำงาน จะช่วยวางแผนให้ธุรกิจเดินหน้าได้อย่างมั่นคงและถูกต้องตามกฎหมาย คุณสามารถอ่านเพิ่มเติมได้จากบทความต่อไปนี้:
- คู่มือ MOU ไทย–ลาว และการจ้างแรงงานต่างด้าวอย่างถูกกฎหมาย
- วีซ่า Non-Immigrant และใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) สำหรับชาวต่างชาติที่มาทำงานในไทย
สรุป: มาตรการยื่น บต.50 คือโอกาสจัดระเบียบ ไม่ใช่แค่ภาระ
แม้มาตรการยื่น บต.50 จะดูเป็นภาระในช่วงสั้น ๆ เพราะมีกรอบเวลาเพียง 15 วัน แต่หากมองในมุมการบริหารความเสี่ยงและการวางระบบแรงงานต่างด้าวในระยะยาว การรีบดำเนินการให้ถูกต้องจะช่วยให้นายจ้างลดความเสี่ยงด้านกฎหมาย เพิ่มความน่าเชื่อถือของธุรกิจ และสร้างความมั่นคงให้กับแรงงานต่างด้าวในเวลาเดียวกัน

Frequently Asked Questions: มาตรการยื่น บต.50
1) มาตรการยื่น บต.50 คืออะไร?
มาตรการยื่น บต.50 เป็นมาตรการเร่งด่วนของรัฐบาลตามมติ ครม. วันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 ที่กำหนดให้นายจ้างหรือผู้ได้รับมอบอำนาจ ยื่นคำขออนุญาตทำงานแทนคนต่างด้าวสัญชาติ ลาว เมียนมา และเวียดนาม ผ่านระบบ eworkpermit ภายในช่วงวันที่ 12–26 ธันวาคม 2568 รวมระยะเวลา 15 วัน
2) ใครต้องยื่นคำขอ บต.50?
นายจ้างที่มีแรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติ (ลาว เมียนมา เวียดนาม) ซึ่งยังมีสถานะไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ต้องดำเนินการยื่น บต.50 ให้แรงงานแต่ละคน โดยสามารถมอบอำนาจให้บุคคลหรือบริษัทดำเนินการแทนได้เช่นกัน
3) หากไม่ยื่น บต.50 ภายในกำหนด จะเกิดผลอย่างไร?
หากนายจ้างไม่ดำเนินการภายในระยะเวลาที่กำหนด จะเสี่ยงเข้าข่ายจ้างแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายตาม พ.ร.ก.แรงงานต่างด้าว พ.ศ.2560 ซึ่งมีโทษปรับสูง และแรงงานเองอาจถูกจับหรือถูกส่งกลับประเทศได้
4) สามารถยื่น บต.50 ได้ที่ไหน?
ต้องยื่นผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ eworkpermit เท่านั้น โดยกรอกข้อมูลแรงงาน อัปโหลดเอกสาร และชำระค่าธรรมเนียมผ่านระบบ
5) เอกสารที่ต้องเตรียมก่อนยื่น บต.50 มีอะไรบ้าง?
รายการเอกสารทั่วไปที่ต้องใช้ ได้แก่:
- หนังสือเดินทางของแรงงาน
- รูปถ่ายแรงงาน
- สัญญาจ้างหรือข้อมูลบริษัท
- หนังสือรับรองนายจ้าง
- หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ายื่นแทน)
สามารถดูแนวทางการบริหารจัดการแรงงานต่างด้าวเพิ่มเติมได้ที่ การบริหารจัดการกฎหมายแรงงานต่างด้าว (TheWorker)
6) แรงงานได้ประโยชน์อะไรจากการยื่น บต.50?
แรงงานจะได้รับโอกาสเข้าสู่ระบบอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ลดความเสี่ยงถูกจับ หรือถูกส่งกลับประเทศ และสามารถทำงานต่อได้อย่างปลอดภัยโดยนายจ้างไม่เสี่ยงผิดกฎหมาย
7) การยื่น บต.50 ส่งผลดีอย่างไรต่อนายจ้าง?
นายจ้างลดความเสี่ยงถูกปรับจากการจ้างแรงงานผิดกฎหมาย มีเอกสารแรงงานที่เป็นระบบมากขึ้น และสามารถบริหารกำลังคนได้อย่างมั่นคงในระยะยาว
8) หากต้องการให้ที่ปรึกษายื่น บต.50 แทน สามารถทำได้หรือไม่?
สามารถทำได้ โดยออกหนังสือมอบอำนาจให้บริษัทที่เชี่ยวชาญด้านแรงงานต่างด้าวดำเนินการแทน ซึ่งช่วยลดความผิดพลาดและช่วยให้นายจ้างยื่นทันกำหนดเวลาที่จำกัดเพียง 15 วัน
ดูข้อมูลบริการแรงงานต่างด้าวเพิ่มเติมได้ที่ บริหารจัดการแรงงานต่างด้าวโดยผู้เชี่ยวชาญ TheWorker
9) หลังยื่น บต.50 แล้วต้องทำอะไรต่อ?
นายจ้างควรติดตามประกาศจากกรมการจัดหางานเกี่ยวกับ การตรวจเอกสารเพิ่มเติม การออกใบอนุญาตทำงาน และขั้นตอนภายหลังการพิจารณา เพื่อให้แรงงานมีสถานะถูกต้องอย่างต่อเนื่อง