ประกันสังคม สิทธิประโยชน์ เงื่อนไข และการสมัคร
ประกันสังคม คือระบบที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติประกันสังคม เพื่อสร้างความมั่นคงให้แรงงานและครอบครัวในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นแรงงานไทยหรือแรงงานต่างด้าว เพื่อให้ทุกคนมีหลักประกันเมื่อเกิดเหตุไม่คาดคิด เช่น เจ็บป่วย คลอดบุตร ทุพพลภาพ หรือเมื่อเข้าสู่วัยชรา โดยการส่งเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคม ผู้ประกันตนจะได้รับสิทธิประโยชน์ครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด
สิทธิประโยชน์จากประกันสังคม
จากข้อมูล แผ่นพับกองทุนประกันสังคม กระทรวงแรงงาน สิทธิประโยชน์แบ่งออกเป็น 7 กรณีหลัก ได้แก่:
1. การเจ็บป่วย (Sickness)
ผู้ประกันตนมีสิทธิได้รับการรักษาพยาบาลฟรีที่สถานพยาบาลตามสิทธิ รวมถึงค่าบริการทางการแพทย์ ค่าห้อง ค่าอาหาร และการตรวจวินิจฉัย โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย นอกจากนี้ยังมีเงินทดแทนการขาดรายได้ 50% ของค่าจ้างเฉลี่ย สูงสุด 90 วันต่อครั้ง และไม่เกิน 180 วันต่อปี หากเป็นโรคร้ายแรง เช่น มะเร็ง หรือโรคไต จะได้รับสิทธิรักษาตามเกณฑ์พิเศษ
2. การคลอดบุตร (Maternity)
ผู้ประกันตนหญิงได้รับสิทธิค่าคลอดบุตร 13,000 บาทต่อครั้ง และเงินทดแทนการขาดรายได้ 50% ของค่าจ้าง นาน 90 วัน นอกจากนี้บุตรยังได้รับสิทธิในการสงเคราะห์บุตรต่อเนื่องตามมาตรา 33 และ 39
3. การทุพพลภาพ (Invalidity)
หากผู้ประกันตนประสบอุบัติเหตุหรือเจ็บป่วยจนไม่สามารถทำงานได้ จะได้รับเงินทดแทนรายเดือน คำนวณจากเปอร์เซ็นต์ความทุพพลภาพตามที่แพทย์กำหนด สิทธินี้ยังครอบคลุมค่าฟื้นฟูสมรรถภาพและอุปกรณ์ช่วยเหลือ
4. การเสียชีวิต (Death Grant)
ในกรณีที่ผู้ประกันตนเสียชีวิต ครอบครัวจะได้รับเงินค่าทำศพ 40,000 บาท และเงินสงเคราะห์ครอบครัวเพิ่มเติมตามระยะเวลาการส่งเงินสมทบ เช่น หากส่งสมทบเกิน 36 เดือน จะได้รับเงินสงเคราะห์ 50% ของค่าจ้าง 4 เดือน
5. การสงเคราะห์บุตร (Child Allowance)
ผู้ประกันตนได้รับเงินเลี้ยงดูบุตร 600 บาท/คน/เดือน สูงสุด 3 คน จนกว่าบุตรจะมีอายุครบ 6 ปี ถือเป็นสวัสดิการที่ช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายครอบครัวได้อย่างมาก
6. ชราภาพ (Old-Age Pension)
เมื่อผู้ประกันตนส่งเงินสมทบครบ 180 เดือนขึ้นไป จะมีสิทธิรับบำนาญชราภาพรายเดือน หากส่งเงินสมทบไม่ครบ จะได้รับเงินบำเหน็จชราภาพเป็นเงินก้อนแทน เงินบำนาญจะช่วยให้ผู้ประกันตนมีรายได้ประจำหลังเกษียณอายุ
7. การว่างงาน (Unemployment)
ผู้ประกันตนที่ถูกเลิกจ้างจะได้รับเงินทดแทน 50% ของค่าจ้างสูงสุดไม่เกิน 180 วัน ส่วนกรณีลาออกเองจะได้รับเงินทดแทน 30% ของค่าจ้าง ไม่เกิน 90 วัน ทั้งนี้ต้องขึ้นทะเบียนว่างงานและรายงานตัวตามที่กำหนด
การแบ่งประเภทผู้ประกันตน
- มาตรา 33 – ลูกจ้างในสถานประกอบการ นายจ้างและลูกจ้างจ่ายเงินสมทบฝ่ายละ 5% ของค่าจ้าง
- มาตรา 39 – ผู้ประกันตนที่ลาออกจากงานแต่ต้องการรักษาสิทธิ ส่งสมทบ 432 บาทต่อเดือน
- มาตรา 40 – ผู้ประกอบอาชีพอิสระ เลือกส่งเงินสมทบ 70, 100 หรือ 300 บาทต่อเดือน ตามสิทธิประโยชน์ที่เลือก
ขั้นตอนการสมัครประกันสังคม
- กรอกแบบฟอร์มขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน
- ยื่นเอกสารที่สำนักงานประกันสังคมหรือสมัครผ่านช่องทางออนไลน์
- ตรวจสอบสิทธิได้ที่เว็บไซต์สำนักงานประกันสังคม หรือแอปพลิเคชัน “SSO Connect”
ประโยชน์ของประกันสังคมต่อแรงงานต่างด้าว
แรงงานต่างด้าวที่ทำงานในประเทศไทยมีสิทธิสมัครเป็นผู้ประกันตนตามกฎหมาย โดยนายจ้างต้องขึ้นทะเบียนและหักเงินสมทบตามอัตราที่กำหนด ซึ่งช่วยให้แรงงานต่างด้าวได้รับการคุ้มครองด้านสุขภาพ การเจ็บป่วย และสิทธิประโยชน์อื่น ๆ เท่าเทียมกับแรงงานไทย
ก่อนเข้าทำงาน แรงงานต่างด้าวต้องเข้ารับการตรวจสุขภาพเพื่อยืนยันความพร้อม สามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ตรวจสุขภาพแรงงานต่างด้าว
บทความที่เกี่ยวข้อง:
สรุป
ประกันสังคมถือเป็นเกราะป้องกันสำคัญของแรงงานทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นลูกจ้างในระบบ ผู้ที่ลาออกจากงาน หรือผู้ประกอบอาชีพอิสระ รวมถึงแรงงานต่างด้าวในประเทศไทย การเข้าร่วมประกันสังคมไม่เพียงช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย แต่ยังสร้างความมั่นคงและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในระยะยาว
อ้างอิง
กระทรวงแรงงาน. แผ่นพับกองทุนประกันสังคม (Social Security Fund Brochure)

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) — ประกันสังคม
ม.33, ม.39, ม.40 ต่างกันอย่างไร?
ม.33 สำหรับลูกจ้าง นายจ้าง–ลูกจ้างส่งสมทบฝ่ายละ 5% ครอบคลุมสิทธิ 7 กรณี (รวมว่างงาน).
ม.39 สำหรับผู้ที่ลาออกจากงานและเคยเป็น ม.33 (≥12 เดือน) ส่งต่อเอง 432 บ./เดือน ครอบคลุม 6 กรณี (ไม่มีว่างงาน).
ม.40 สำหรับอาชีพอิสระ สมัครใจเลือกแพ็กเกจ สิทธิครอบคลุมเจ็บป่วย/ทุพพลภาพ/ตาย/ชราภาพ และอาจรวมสงเคราะห์บุตรตามแผน.
เงินชดเชยว่างงานคิดอย่างไร (เฉพาะ ม.33)?
- ถูกเลิกจ้าง: ได้รับ 50% ของค่าจ้าง (ตามเกณฑ์) สูงสุด 180 วัน/ครั้ง
- ลาออก/สัญญาสิ้นสุด: ได้รับ 30% ของค่าจ้าง สูงสุด 90 วัน/ครั้ง
ต้องขึ้นทะเบียนว่างงานและรายงานตัว ภายใน 30 วัน ที่เว็บไซต์กรมการจัดหางาน (empui.doe.go.th)
สิทธิคลอดบุตรมีอะไรบ้าง?
ค่าคลอด 13,000 บาท/ครั้ง และเงินชดเชยการลาคลอด 50% ของค่าจ้าง 90 วัน (ตามเงื่อนไขการส่งสมทบ). ผู้ประกันตนชายกรณีภรรยาคลอด มีสิทธิค่าคลอดตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
ทันตกรรมเบิกได้เท่าไร (ม.33)?
- อุด ถอน ขูดหินปูน/ผ่าฟันคุด: ไม่เกิน 900 บาท/ปี
- ฟันเทียมบางส่วน 1–5 ซี่: ไม่เกิน 1,300 บาท; มากกว่า 5 ซี่: ไม่เกิน 1,500 บาท (ใน 5 ปี)
- ฟันเทียมทั้งปาก บน/ล่าง: ไม่เกิน 2,400 บาท; ทั้งบน–ล่าง: ไม่เกิน 4,400 บาท (ใน 5 ปี)
ฉุกเฉินเข้ารพ.เอกชนได้ไหม?
ได้ในกรณีฉุกเฉินวิกฤต — เข้ารพ.เอกชนใกล้ที่สุดได้โดย ไม่ต้องสำรองจ่าย จนพ้นวิกฤตภายใน 72 ชั่วโมง แล้วจึงส่งต่อรพ.ตามสิทธิ
บำนาญ/บำเหน็จชราภาพคิดอย่างไร?
- บำนาญ: ส่งสะสม ≥ 180 เดือน ได้ 20% ของค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย และ +1.5% ทุก 12 เดือนที่ส่งเกิน
- บำเหน็จ: ส่งสะสม < 180 เดือน รับเงินก้อนตามเงินสมทบ + ผลประโยชน์
ม.39 ต้องส่งเท่าไร และสิทธิครอบคลุมอะไร?
ส่ง 432 บาท/เดือน (ฐาน 4,800 บ. ที่อัตรา 9%) ครอบคลุม 6 กรณี: เจ็บป่วย คลอดบุตร ทุพพลภาพ ตาย สงเคราะห์บุตร และชราภาพ (ไม่มีว่างงาน)
ตรวจสอบสิทธิและเปลี่ยนโรงพยาบาลอย่างไร?
ตรวจสอบสิทธิ/รพ.คู่สัญญาได้ที่ สปส. (sso.go.th) หรือแอป SSO Connect. การเปลี่ยนรพ.ทำได้ตามรอบที่ สปส.กำหนดของแต่ละปี
แรงงานต่างด้าวต้องทำอะไรบ้างก่อนเข้าทำงาน?
ต้องตรวจสุขภาพและขึ้นทะเบียนให้ถูกต้อง นายจ้างควรศึกษาขั้นตอน ทำ MOU ไทย–ลาว และเรื่อง ตรวจสุขภาพแรงงานต่างด้าว เพื่อปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานไทย