แรงงานเถื่อน ‘ยกทีม’ คุมบ่อนการพนัน เผยสูตรจ่าย ‘ส่วย’ ให้ท้องที่ไว้บริหาร!

แรงงานเถื่อน ‘ยกทีม’ คุมบ่อนการพนัน เผยสูตรจ่าย ‘ส่วย’ ให้ท้องที่ไว้บริหาร!

แรงงานเถื่อน ‘ยกทีม’ คุมบ่อนการพนัน เผยสูตรจ่าย ‘ส่วย’ ให้ท้องที่ไว้บริหาร!

‘รองต่อ’ อดีตรองผู้กำกับการตำรวจสันติบาล แจงขบวนการนำเข้าแรงงานเถื่อนส่งบ่อนการพนัน ‘ยกทีม’ กันมา ล้วนเป็นมืออาชีพจากบ่อนพม่า ลาว กัมพูชา โดยเฉพาะ ‘ดีลเลอร์’ คุมเกมแพ้ชนะได้ดี จัดสรรกันได้ตลอด 24 ชั่วโมง แถมราคาถูกกว่าจ้างแรงงานเถื่อน ‘ยกทีม’ คุมบ่อนการพนัน เผยสูตรจ่าย ‘ส่วย’ ให้ท้องที่ไว้บริหาร!  

คนไทยส่วนเจ้าของบ่อนมีหน้าที่จ่าย ‘ตั๋ว’ ให้ท้องที่ไปจัดสรรกันเอง เผยราคาหน้าตั๋ว อยู่ที่จำนวนโต๊ะ และเกม ขั้นต่ำ 4-5 ล้านต่อเดือน อ้างไว้ใช้บริหารเพราะงบแผ่นดินไม่มี ด้านเครือข่ายประชากรข้ามชาติชี้การลักลอบลดลงจากหลักหมื่นเหลือแค่หลักพัน เหตุชาวบ้านเป็นหูเป็นตาหวั่นนำเชื้อโควิด-19 เข้าไทย ระบุจุดพักแรงงานต่างด้าว กทม.-ปริมณฑล

คงปฏิเสธไม่ได้แล้วว่าการระบาดของเชื้อโควิด-19 ระลอกใหม่มีที่ไปที่มาเกี่ยวข้องกับธุรกิจเถื่อน จากการลักลอบนำเข้าแรงงานต่างด้าวที่มีจุดเริ่มต้นของการระบาดจากตลาดกลางกุ้ง จังหวัดสมุทรสาคร ตามด้วยบ่อนการพนันที่จังหวัดระยอง จนวันนี้เชื้อโควิด-19 แพร่กระจายไปเกือบจะทั่วประเทศแล้ว

แรงงานเถื่อน ‘ยกทีม’ คุมบ่อนการพนัน เผยสูตรจ่าย ‘ส่วย’ ให้ท้องที่ไว้บริหาร!

ที่สำคัญแม้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะสั่งการปราบปรามขบวนการลักลอบนำเข้าแรงงานเถื่อนและบ่อนการพนันแล้วก็ตาม แต่ก็ยังไม่สามารถจัดการได้ เพราะยังคงมีการลักลอบนำเข้ามาเช่นเดิม

ส่วนบ่อนการพนันในประเทศไทยกลับพบว่ามีการ ‘ยกทีม’ มืออาชีพที่เป็นแรงงานต่างด้าวด้านบ่อนการพนันจากพม่า กัมพูชา และลาว เข้ามาคุมโต๊ะการพนัน

ทั้งหมดนี้ล้วนเกี่ยวพันกับผลประโยชน์ทั้งสิ้น!

สันธนะ ประยูรรัตน์ อดีตรองผู้กำกับการตำรวจสันติบาล ‘รองต่อ’ บอกว่า ขบวนการนำเข้าแรงงานเถื่อนและบ่อนการพนันเป็นเรื่องที่เชื่อมโยงกัน ในอดีตบ่อนการพนันในประเทศไทยจะใช้ทีมงานเป็นคนไทย แต่ยุคนี้ทุกอย่างมีการเปลี่ยนแปลง หลังจากที่ประเทศเพื่อนบ้านมีการเปิดกาสิโน ทำให้แรงงานต่างด้าวที่ทำงานในบ่อนมีความเชี่ยวชาญจึงเกิดการลักลอบนำเข้าแรงงานผิดกฎหมายเหล่านี้เข้ามาทำงานในบ่อนของไทยซึ่งจะทำให้พวกเขามีรายได้สูงขึ้น

“กลุ่มนี้จะมากันเป็นทีม 30-40 คน จะมีหัวหน้าชุด และดีลเลอร์คุมแต่ละโต๊ะ ทำงานกันตลอด 24 ชั่วโมง ส่วนเจ้าของบ่อนจะคุมด้านและการเงิน หรือเครื่องดื่มต่างๆ ส่วนเรื่องของเกมพนันเป็นเรื่องของทีมแรงงานต่างด้าวทั้งหมด”

รองต่อ ระบุว่า ให้ไปตรวจสอบบ่อนที่เกิดขึ้นทั้งใน กทม.และต่างจังหวัดก็จะเป็นรูปแบบเดียวกันคือ ใช้ทีมแรงงานต่างด้าวที่มีความเชี่ยวชาญ ทั้งพม่า ลาว กัมพูชา คนกลุ่มนี้เขาฝึกจนมีความเชี่ยวชาญจากบ่อนในประเทศของเขา และก็ต้องการออกมาทำงานต่างประเทศ ซึ่งหมายถึงประเทศไทย เพราะมีรายได้สูงกว่าในประเทศของเขา

“แรงงานต่างด้าวกลุ่มนี้ลักลอบเข้ามาผิดกฎหมายทั้งนั้น เจ้าของบ่อนก็จะประสานกับเจ้าหน้าที่ที่มีผลประโยชน์อยู่กับบ่อน และแก๊งนำเข้าว่าจะมีการเปิดบ่อนเมื่อไหร่ ก็จะมีการจัดหามาได้ตามกำหนดเวลา บางบ่อนแรงงานพวกนี้อาจมาก่อน 1-2 วันเพื่อเตรียมการ”

รองต่อ ย้ำว่า แรงงานต่างด้าวที่ทำงานในบ่อน จะไปหาแรงงานถูกกฎหมายได้อย่างไร เพราะการเปิดบ่อนเป็นเรื่องผิดกฎหมายอยู่แล้ว จึงไม่มีเจ้าของบ่อนคนไหนยอมจดทะเบียนรับรองเป็นนายจ้างทั้งสิ้น ดังนั้นแรงงานกลุ่มนี้จึงไม่ผ่านการคัดกรองการตรวจเชื้อโควิด-19 จึงไม่รู้ว่าแรงงานคนใดติดเชื้อมาก่อนจนเป็นสาเหตุให้มีการระบาดเกิดขึ้น ซึ่งเจ้าของบ่อนเองก็ไม่คิดว่าจะเกิดปัญหาดังกล่าว

นอกจากนี้ การที่เจ้าของบ่อนเลือกใช้ทีมแรงงานต่างด้าว ส่วนหนึ่งเป็นเพราะมีความไม่ไว้วางใจคนไทยเพราะเมื่ออยู่ในบ่อนนานๆ คุ้นเคยกับนักพนัน ก็จะรู้เห็นหรือหากมีการโกงเกิดขึ้นพวกเขาก็จะสามารถตกลงกันได้ง่าย

“เจ้าของบ่อนจึงต้องคอยมานั่งเฝ้า มาตรวจสอบว่า มีการจ่ายเกินหรือไม่ รู้กันกับลูกค้าหรือไม่”

ส่วนทีมแรงงานต่างด้าวที่มากันเป็นชุด จะมีดีลเลอร์คุมแต่ละโต๊ะพนันซึ่งไม่ใช่แจกไพ่อย่างเดียว ต้องดูแลจ่ายเงินลูกค้าบางโต๊ะที่ไม่ได้ใช้เงินสด แต่ใช้ชิปแทน รวมทั้งต้องคุมเกมการแพ้ชนะให้ได้ พวกนี้ได้รับการฝึกจนมีความสามารถ บางคนมีฝีมือสามารถเอาเปรียบลูกค้าได้ และคนเหล่านี้ก็มีค่าตัวถูกกว่าการจ่ายดีลเลอร์คนไทย

รองต่อ บอกอีกว่า การจะจัดการกับปัญหาบ่อนการพนันให้หมดไปอาจจะเป็นเรื่องยากเพราะมีเรื่องผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง โดยเฉพาะบ่อนที่เกิดขึ้นแทบทุกท้องที่ใน กทม.หรือในต่างจังหวัดนั้น การที่เจ้าของบ่อนจะเปิดได้ก็ต้องเสียค่า ‘ตั๋ว’ ให้แก่พื้นที่ ส่วนจะจ่าย ‘ตั๋ว’ เท่าไหร่ก็เป็นเรื่องที่ต้องตกลงกับเจ้าของบ่อน

“เขาคิดจากการดูสถานที่ จำนวนโต๊ะและจำนวนเกมที่เล่น เช่น โต๊ะบาคาร่า โต๊ะเสื้อมังกร โต๊ะไฮโล โต๊ะถั่ว เป็นต้น ที่มีอยู่ใน 
กทม.40-50 โต๊ะที่ไม่ใหญ่มาก เขาจะจ่ายเดือนละ 4-5 ล้านบาทให้แก่ท้องที่ ส่วนท้องที่จะไปจัดสรรอย่างไรเป็นเรื่องของเขา และถ้ามีตู้เกม ตู้ม้า ตู้สล็อตก็ถือเป็นรายได้พิเศษ”

ขณะเดียวกัน ในช่วงที่สถานการณ์การเมืองดูวุ่นวาย และมีการเข้มงวด รวมทั้งเกรงว่าจะถูกนำไปอภิปรายในสภา ทำให้การจ่าย ‘ตั๋ว’ ที่เคยจ่ายเป็นรายเดือนก็มีการปรับเปลี่ยนเป็นครึ่งเดือนครั้ง ยอดตั๋วก็ลดลงมาจนถึงปัจจุบันนี้ เพราะหากถูกเพ่งเล็งมากๆ เจ้าหน้าที่ก็จะสั่งปิด ทำให้ต้องหาสถานที่เปิดบ่อนกันใหม่ ก็จะไม่สามารถขอตั๋วคืนได้

“ตั๋วพวกนี้จ่ายแล้วไม่มีการคืน เจ้าของบ่อนจึงต้องขอปรับเปลี่ยนซึ่งเป็นที่รู้กัน และเจ้าของบ่อนก็ต้องเสียตั๋วเพิ่มกรณีที่ต้องการให้คนของตัวเองมาอยู่คุมพื้นที่ในการเปิดบ่อน เช่น ตำแหน่งผู้กำกับ ผู้บังคับการ ก็ต้องยอมจ่ายค่าตั๋วเช่นกัน”

รองต่อ ระบุว่า เมื่อก่อนการเสีย ‘ตั๋ว’ เรื่องของการเปิดบ่อนจะเป็นเรื่องของท้องที่ และส่วนกลาง แต่เมื่อเกิดปัญหาแรงงานต่างด้าวจึงมีหลายหน่วยงานเข้ามาเกี่ยวข้องโดยเฉพาะสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ท่องเที่ยว สันติบาล และบางที่ยังโยงไปถึง กอ.รมน.ในพื้นที่ กทม. ที่ดูแลเรื่องความมั่นคงแม้จะไม่ได้มีกำลังเข้าไปจับ แต่มีการรายงาน บรรดาเจ้าของบ่อนก็ต้องรู้ว่าควรทำอย่างไร แต่ถ้าอยู่ในพื้นที่ต่างจังหวัดก็จะมีฝ่ายปกครองเข้ามาเกี่ยวข้องเพราะมีอำนาจจับกุมได้

“ตั๋วที่ได้เจ้าหน้าที่ก็บอกแล้วว่านำมาใช้บริหารในหน่วยงาน เพราะหลายๆ อย่างไม่สามารถเบิกจ่ายจากงบประมาณแผ่นดินได้ จึงต้องใช้เงินนอกงบประมาณหรือตั๋วมาใช้บริหารแทน เมื่อได้คำตอบนี้ทุกอย่างก็เงียบ”

ดังนั้น บ่อนการพนันจึงเกิดขึ้นเกือบทุกท้องที่ ซึ่งรองต่อ ย้ำว่า หากเริ่มขีดวงจุดศูนย์กลางอยู่ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ในรัศมี 1 กิโลเมตร ก็จะมีบ่อนเกิดขึ้นหลายแห่ง โดยเฉพาะการเปิดในพื้นที่ใจกลางเมือง ซึ่งเป็นพื้นที่เศรษฐกิจยิ่งถูกอกถูกใจกับทั้งนักเล่นและผู้ที่เกี่ยวข้อง

“ย่านสีลม รัชดาฯ สาทร มีบ่อนซุกอยู่ทั้งหมด และผู้ที่เกี่ยวข้องรวมทั้งเจ้าของบ่อนเขาระมัดระวังไม่ให้เกิดเหตุรุนแรงที่เกิดจากการพนันในบ่อน การทวงหนี้ การป้องกันอาชญากรรม ความปลอดภัยเป็นหลัก แต่การเป็นจุดระบาดของโควิด-19 เขาบอกว่าเป็นเหตุสุดวิสัยที่เขาจะประเมินได้”

ด้าน นายอดิศร เกิดมงคล ผู้ประสานงานเครือข่ายประชากรข้ามชาติ บอกว่า เรื่องการลักลอบแรงงานต่างด้าวนั้น ปัจจุบัน ยังมีออเดอร์นำเข้าแรงงานพม่าส่งให้แก่โรงงานในไทย ส่วนแรงงานพม่าก็ยังต้องการเข้ามาทำงานที่ฝั่งไทยเช่นเดิม เพียงแต่จำนวนที่มีการคาดการณ์ในตอนแรกช่วงปีใหม่จนถึงขณะนี้น่าจะมีการลักลอบนำเข้าเป็นหลักหมื่นคน แต่ขณะนี้มีแค่หลักพันคนเท่านั้น

“ได้ประสานงานในพื้นที่ ทำให้รู้ว่ามีการลักลอบเข้ามาได้น้อยเพราะประชาชนตื่นตัวกลัวโควิด-19 จึงช่วยกันเฝ้าระวัง ชาวบ้านที่อยู่ในพื้นที่จะรู้ว่าใครเป็นใคร โดยเฉพาะที่แม่สอด ชาวบ้านช่วยกันมาก เพราะถ้าจะหยุดโควิด-19 ก็ต้องลดไม่ให้แรงงานเข้ามาเพราะพม่ายังมีการแพร่ระบาดมาก แต่จุดที่จะเข้าได้ง่ายและเฝ้าระวังยากคือ เชียงราย”

อย่างไรก็ดี การลักลอบเข้ามาของแรงงานต่างด้าวนั้น หากเข้าทางแม่สอด หรือแม่สาย จะมีจุดพักอยู่ที่ย่านดอนเมือง ปทุมธานี และถ้าเป็นใจกลาง กทม.จะอยู่ที่ย่านถนนรามคำแหง ส่วนถ้าเข้ามาทางจังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี จะมาอยู่ที่สมุทรสาคร จากนั้นจะขยับเข้าสู่ กทม. ส่วนทางใต้เข้าทางจังหวัดระนอง จะขึ้นมาไม่เกินจังหวัดสมุทรสาคร ที่เหลือจะลงไปทางใต้คือ ที่ภูเก็ตส่วนใหญ่

“กทม.ยังเป็นพื้นที่น่าห่วงใย เรื่องการระบาดเชื้อโควิด-19 เพราะมีแรงงานสูงถึง 5 แสนกว่าคน สมุทรสาคร มีประมาณ 240,000 คน แต่แรงงานที่กรุงเทพฯ ไม่แออัด และอยู่กระจัดกระจาย จึงไม่เจอปัญหาแบบสมุทรสาครที่มีคนป่วยและไม่ป่วยมาอยู่ร่วมกัน”

จากนี้ไปต้องจับตาดูว่าขบวนการลักลอบนำเข้าแรงงานเถื่อนและบ่อนการพนันจะสามารถจัดการได้จริงหรือไม่ในยุคที่ ‘บิ๊กตู่’ ยังคงเป็นผู้นำรัฐบาล เพราะต้องไม่ลืมว่าขบวนการดังกล่าวล้วนตั้งอยู่บนผลประโยชน์มหาศาล!

ที่มา : https://mgronline.com/