สแกนแรงงานต่างด้าวแนวรับโควิดระลอก 2

สแกนแรงงานต่างด้าวแนวรับโควิดระลอก 2

[vc_row][vc_column][vc_column_text]

สแกนแรงงานต่างด้าวแนวรับโควิดระลอก 2

เฝ้าระวังเข้มงวด “ด่านชายแดน ตะเข็บพม่า”หลังพบการระบาดไวรัส “โควิด-19” มากในรัฐยะไข่มีผู้ติดเชื้อกว่า 600 รายในช่วงสองสัปดาห์เท่านั้น ทางการ “เมียนมา” ให้ประชาชนอยู่บ้านและประกาศเคอร์ฟิว ผู้เดินทางออกจากยะไข่จะถูกกักตัวรวมทั้งหมด 21 วัน ส่วนประเทศไทยแนวจังหวัด ชายแดนไทย-เมียนมาก็คุมเข้มจุดผ่านแดนเฝ้าระวัง “แรงงาน”…ผิดกฎหมายทะลักเข้า เพื่อป้องกันเชื้อไวรัสเข้าไทย

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ประเมินสถานการณ์ว่า ฝั่งตะวันตกของประเทศเมียนมา ยังมีพรมแดนติดกับบังกลาเทศและอินเดียที่มีการระบาด มาตรการสำคัญที่เมียนมาทำอยู่คือให้ประชาชนอยู่กับบ้าน เหมือนที่ไทยเคยทำและประกาศเคอร์ฟิว เวลา 21.00-04.00 น.

พื้นที่พรมแดนของไทยจะมีการเข้มงวดป้องกันการเข้ามามากขึ้น มีการเฝ้าระวังโควิดในแรงงานต่างด้าวในพื้นที่พรมแดน แม้ว่าจะยังไม่พบผู้ติดเชื้อแต่ด้วยมีพรมแดนธรรมชาติทางบกหลายร้อยกิโลเมตรก็อาจจะทำให้ยากลำบากที่จะเฝ้าระวัง เพราะการลักลอบเข้ามาจะอยู่นอกช่องทางเข้าออกทางการฝ่ายมั่นคง

ต้องฝากให้ทั้งทหาร ฝ่ายปกครอง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ได้รับมอบหมายให้เพิ่มความถี่และเข้มงวดในการตรวจตรา เพื่อป้องกันการลักลอบ อีกทั้งหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่พรมแดน อสม.ท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้านก็คงต้องช่วยกันสอดส่องคนแปลกหน้าในพื้นที่ หากพบให้แจ้งเจ้าหน้าที่ทันที

เพื่อตรวจหาเชื้อว่า “มี” หรือไม่ เพื่อประเมินความเสี่ยง

การระบาดโควิด-19 ระลอกสองที่หลายๆฝ่ายกังวลจะเกิดขึ้นในบ้านเราหรือไม่ ทุกคน…ทุกฝ่ายต้องร่วมกันเต็มกำลัง…การ์ดอย่าตก โดยเฉพาะสถานการณ์แรงงานต่างด้าวแนวชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน

สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ย้ำว่า แนวทางการ บริหารจัดการการทำงานของแรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติ กัมพูชา ลาว และ เมียนมา ภายหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2563…ให้แรงงานต่างด้าว 4 กลุ่ม ที่เคยมีใบอนุญาตทำงาน แต่การอนุญาตสิ้นสุดและยังอยู่ในราชอาณาจักรให้สามารถอยู่ในราชอาณาจักรได้เป็นการชั่วคราว และให้ทำงานได้เป็นการเฉพาะ เพื่อติดต่อขอใบอนุญาตทำงานกับกรมการจัดหางาน

ขณะนี้…ได้ลงนามในประกาศกระทรวง 2 ฉบับ เพื่อรองรับการอนุญาต ให้คนต่างด้าวทำงานในราชอาณาจักรเป็นการเฉพาะแล้ว พร้อมกำชับให้ดำเนินการตามขั้นตอนและระยะเวลาที่กำหนด

“รัฐบาลให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการการทำงานของแรงงานต่างด้าวสามสัญชาติ…กัมพูชา ลาว และเมียนมา โดยเฉพาะในช่วงการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เนื่องจากอาจเชื่อมโยงถึงการแพร่ระบาดระลอกใหม่ในประเทศได้”

คณะรัฐมนตรีจึงได้เห็นชอบแนวทางการบริหารจัดการตามที่กระทรวงแรงงานเสนอ ขณะนี้ได้ลงนามในประกาศกระทรวงแรงงาน เพื่อรองรับการอนุญาตให้คนต่างด้าวทำงานในราชอาณาจักรเป็นการเฉพาะ

กระทรวงแรงงานฝากเตือน…“นายจ้าง” “สถานประกอบการ” ที่มีแรงงานต่างด้าวตามมติเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2563 ได้แก่ กลุ่มที่หนึ่ง …แรงงานต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา ลาว และเมียนมา ที่เข้ามาทำงานตามข้อตกลง MOU ซึ่งครบวาระการจ้างงาน 4 ปี

กลุ่มที่สอง…แรงงานต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา ลาว และเมียนมา ที่ผ่านการพิสูจน์สัญชาติ ถือเอกสารประจำตัว ได้แก่ หนังสือเดินทาง (Passport : PP) เอกสารเดินทาง (TD) เอกสารรับรองบุคคล (CI) ที่ใบอนุญาต ทำงานและการได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรสิ้นสุดในช่วงตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน 2562 ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2563 แต่ไม่ได้ดำเนินการตามมติ คณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2562

กลุ่มที่สาม…แรงงานต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา ลาว และเมียนมา ที่เข้ามาทำงานตามข้อตกลง MOU ที่การอนุญาตทำงานสิ้นสุดลงโดยผลของ กฎหมายตามมาตรา 50 มาตรา 53 หรือมาตรา 55 แห่งพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติม เช่น ออกจากนายจ้างรายเดิม แต่หานายจ้างรายใหม่ไม่ได้ภายใน 30 วัน เป็นต้น

กลุ่มที่สี่…แรงงานต่างด้าวสัญชาติกัมพูชาและเมียนมา ที่เข้ามาทำงานในลักษณะไป-กลับ หรือตามฤดูกาล โดยใช้บัตรผ่านแดน (Border Pass) ตามความตกลงว่าด้วยการข้ามแดน ตามมาตรา 64 แห่งพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าวฯ ซึ่งครบวาระการจ้างงาน และการอนุญาตให้พำนักในเขตพื้นที่ชายแดนที่ได้รับอนุญาตสิ้นสุดนั้น รีบมาดำเนินการขอใบอนุญาตทำงานกับกรมการจัดหางาน

สแกนแรงงานต่างด้าวแนวรับโควิดระลอก 2

สุชาติ พรชัยวิเศษกุล อธิบดีกรมการจัดหางาน เสริมว่า กรมให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการแรงงานต่างด้าวในประเทศไทย โดยเฉพาะการทำงานของแรงงานต่างด้าวอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งการเกิดขึ้นของ สถานการณ์โรคโควิดได้ส่งผลกระทบถึงข้อจำกัดในการบริหารจัดการแรงงานต่างด้าวในบ้านเรา

พบว่า…ขณะนี้มีความเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับข้อปฏิบัติในการแจ้งเข้า-ออกจากงานของคนต่างด้าว 4 ประเภทนี้ เพื่อสร้างความเข้าใจที่ ถูกต้อง กรมการจัดหางานขอย้ำว่า…คนต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา ลาว และ เมียนมา ที่เข้ามาทำงานตาม MOU ซึ่งวาระการจ้างงานครบ 4 ปี กรณีที่ “คนต่างด้าว” ยังคงทำงานกับนายจ้างรายเดิม…นายจ้างรายนั้นไม่ต้องแจ้งการออกจากงานของคนต่างด้าวตามมาตรา 13 และมาตรา 46

ถัดมา…คนต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา ลาว และเมียนมา ที่ผ่านการพิสูจน์สัญชาติ แต่ไม่ได้ดำเนินการตามมติ ครม. 20 สิงหาคม 2562 กรณี ที่ใบอนุญาตทำงานสิ้นสุดลง และยังคงยื่นคำขอรับใบอนุญาตทำงานกับนายจ้างรายเดิม…ช่วงเวลาที่ใบอนุญาตทำงานสิ้นสุด คนต่างด้าวไม่ได้ทำงาน นายจ้างรายนั้น ไม่ต้องแจ้งการออกจากงานของคนต่างด้าวตามมาตรา 13 และไม่มีความผิดฐานให้คนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน

สาม…คนต่างด้าวที่การอนุญาตทำงานสิ้นสุดตาม ม.50 ม.53 และ ม.55 กรณีที่ใบอนุญาตทำงานสิ้นสุดลง และคนต่างด้าวยังคงยื่นคำขอรับใบอนุญาตทำงานกับนายจ้างรายเดิม…ช่วงเวลาที่ใบอนุญาตทำงานสิ้นสุดคนต่างด้าวไม่ได้ทำงาน นายจ้างรายนั้นไม่ต้องแจ้งการออกจากงานของคน ต่างด้าวตามมาตรา 13 และมาตรา 46 และไม่มีความผิดฐานให้คนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน

สี่…คนต่างด้าวกลุ่มที่ใช้บัตรผ่านแดน เข้ามาทำงานตาม ม.64 ถ้าแรงงานต่างด้าวทำงานกับนายจ้างรายเดิม นายจ้างรายนั้นไม่ต้องแจ้งการ ออกจากงานของคนต่างด้าว

ซึ่งทั้งสี่กรณีที่กล่าวมานี้ หาก “คนต่างด้าว” เปลี่ยนไปทำงานกับ “นายจ้างรายใหม่”…นายจ้างรายเดิมมีหน้าที่แจ้งการออกจากงานของคนต่างด้าวตามมาตรา 13 และมาตรา 46

“การแจ้งเข้า…แจ้งออก การทำงานของแรงงานต่างด้าว เป็นความรับผิดชอบของนายจ้าง แม้ว่าแรงงานออกจากนายจ้าง ไม่ได้ทำงานอยู่ด้วยแล้ว หรือไม่อยู่ในประเทศแล้ว ขอความร่วมมือให้นายจ้างปฏิบัติตามกฎหมาย เพราะหากฝ่าฝืนไม่ดำเนินการภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด จะมีความผิด”

ถึงตรงนี้ฝากไปถึง “นายจ้าง”…“สถานประกอบการ” ต้องร่วมด้วยช่วยกันสแกน “แรงงานต่างด้าว” ให้มีสถานะที่ชัดเจน เพื่อเป็นหนึ่ง ในตัวแปรสำคัญ แนวรับป้องกันการระบาดไวรัส “โควิด-19” ระลอก 2 ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ หากเกิดช่องว่าง…การ์ดตก.

 

[/vc_column_text][/vc_column][/vc_row]