สธ.ปรับมาตรการกักตัวในโรงงาน จ.สมุทสาคร ให้แรงงานยังทำงานได้

สธ.ปรับมาตรการกักตัวในโรงงาน จ.สมุทสาคร ให้แรงงานยังทำงานได้

สธ.ปรับมาตรการกักตัวในโรงงาน จ.สมุทสาคร ให้แรงงานยังทำงานได้

เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.เฉวตสรร นามวาท ผู้อำนวยการกองควบคุมโรคและภัยสุขภาพในภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค  สธ. แถลงสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ในประเทศไทย ว่า ประเทศไทยมีผู้ป่วยรายใหม่ 809 ราย ใกล้เคียงกับวันก่อน ส่วนสถานการณ์ระดับโลกอยู่ที่ 104.90 ล้านราย ฉะนั้น พรุ่งนี้คงถึง 105 ล้านรายแน่นอน การเพิ่มจำนวนสะท้อนให้เห็นว่า วัคซีนที่ฉีดไปกว่าร้อยล้านโดสทั่วโลก ยังต้องติดตามดูว่าจะชะลอการป่วยมากแค่ไหน และตอนนี้ยังฉีดในประเทศส่วนน้อย การจะเห็นผลช่วงนี้อาจจะเร็วเกินไป ทั้งนี้ การที่ประเทศอื่นฉีดไปก่อนก็จะเป็นประโยชน์ เห็นความปลอดภัย และประสิทธิผลของวัคซีน

สธ.ปรับมาตรการกักตัวในโรงงาน จ.สมุทสาคร ให้แรงงานยังทำงานได้

นพ.เฉวตสรร กล่าวว่า ช่วงแรกที่ระบาดในเมืองอู่ฮั่น สาธารณรัฐประชาชนจีน ผู้ติดเชื้อที่มีอาการหนัก นอนห้องไอซียู ใส่ท่อช่วยหายใจ คิดเป็นร้อยละ 5 ของผู้ติดเชื้อ แต่ขณะนี้ทั่วโลกมีอัตราของผู้ติดเชื้อที่มีอาการหนักอยู่ที่ 0.1 ทำให้เห็นธรรมชาติของโรคว่า เมื่อเวลาผ่านไป มีการตรวจวินิจฉัยที่กว้างขึ้น ภาพรวมของโรคที่มีอาการหนักจะมีในเปอร์เซ็นต์ที่น้อย ซึ่งส่วนใหญ่อาการน้อย ไม่จำเป็นต้องนอนโรงพยาบาล (รพ.) ขณะที่ ประเทศมาเลเซีย พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 4,284 ราย สะสม 226,912 ราย เมียนมา 263 ราย สะสม 140,927 ราย ประเทศไทยอยู่อันดับ 115 ของโลก มีผู้ติดเชื้อสะสม 22,058 ราย เสียชีวิตสะสม 79 ราย โดยเป็นการระบาดรอบใหม่ สะสม 17,821 ราย เสียชีวิต 19 ราย

นพ.เฉวตสรร กล่าวอีกว่า สัปดาห์ที่ 5 ของเดือนมกราคม มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 4,106 ราย ขณะที่สัปดาห์ที่แล้ว 4,651 ราย เพราะมีการค้นหาเชิงรุกต่อเนื่องเต็มสัปดาห์จึงทำให้ตัวเลขสูงขึ้น ทั้งนี้ การค้นหาเชิงรุกจะโฟกัสที่ จ.สมุทรสาคร ที่มีแรงงานต่างด้าวจำนวนมาก และในส่วนที่พบใน รพ. ก็มีคนไทยเป็นหลัก แต่ช่วงหลังก็พบในแรงงานต่างด้าวที่เข้าถึงระบบสาธารณสุขไทย

นพ.เฉวตสรร กล่าวว่า กรณีกลุ่มก้อน จ.มหาสารคาม วันนี้ยังไม่พบการติดเชื้อใหม่ขึ้นมา แต่ผู้สัมผัสเสี่ยงสูงก็ยังต้องกักตัวต่อไป เพื่อสังเกตอาการอย่างเข้มข้น ส่วน จ.สมุทรสาคร ได้เพิ่มมาตรการเข้าไปในพื้นที่ คือ เปลี่ยนจากการกักกันเฉพาะในที่พักตามระยะวันที่กำหนด เป็นการเชื่อมโยงกับที่ทำงานและที่พัก จำกัดวงให้อยู่ใน 2 ที่ และควบคุมเส้นทาง ฉะนั้น ต้องแยกแยะคนทำงานในสถานประกอบการเป็นกลุ่มผู้ที่มีภูมิคุ้มกันแล้ว และ กลุ่มเสี่ยงติดเชื้อ ขีดวงให้อยู่ในพื้นที่ ลดกิจกรรม ลดสัมผัสกับชุมชนอื่น เพื่อทำให้โรงงานและพนักงานยังทำงาน ดำเนินธุรกิจต่อได้

ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้สามารถเดินทางข้ามจังหวัด หรือยังจำเป็นต้องใช้หนังสือเดินทางข้ามจังหวัดด้วยหรือไม่ นพ.เฉวตวรร กล่าวว่า ในการผ่อนคลายมาตรการ จะไม่ปิดกั้นการเดินทาง เนื่องจากสถานการณ์ระบาดที่ต้นและปลายทางมีการเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว เช่น มหาสารคาม เป็นจังหวัดสีเขียว แต่เมื่อพบกลุ่มก้อนการระบาด คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดก็พิจารณาให้ขีดวงอำเภอเพื่อใช้มาตรการสูงสุด จำกัดกิจกรรมบางพื้น เฝ้าระวังผู้เกี่ยวข้อง

“ฉะนั้น แนะนำให้ศึกษาประกาศจากจังหวัดปลายทางว่ามีข้อกำหนดอย่างไร จะต้องกักตัวหรือไปรายตัวอย่างไร แต่หลักๆ พื้นที่ส่วนใหญ่จะเป็นสีเขียว สีเหลือง มีการผ่อนคลายการควบคุมด้วยเอกสารข้อกำหนดต่างๆ ก็ไม่มี” นพ.เฉวตสรร กล่าว

ที่มา : https://www.matichon.co.th