สตม.จับเพิ่ม”ขบวนการ”ลักลอบขนต่างด้าวเถื่อนเข้าไทย

สตม.จับเพิ่ม"ขบวนการ"ลักลอบขนต่างด้าวเถื่อนเข้าไทย

สตม.จับเพิ่ม”ขบวนการ”ลักลอบขนต่างด้าวเถื่อนเข้าไทย

สตม. สนธิกำลังเข้าจับกุม “ขบวนการ” ลักลอบขน “ต่างด้าวเถื่อน” เข้าไทย ที่ จ.จันทบุรี

เมื่อวันที่ 12 ม.ค. พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิร ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.ทรงโปรด สิริสุขะ รอง ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.กฤตัชญ์บำรุงรัตนยศ รอง ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.รัชธพงศ์ เตี้ยสุด รอง ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.หฤษฎ์ เอกอุรุ รอง ผบก.ตม.3 และ พ.ต.อ.เฉลิมชนม์แหลมทอง ผกก.ตม.จว.จันทบุรี ร่วมแถลงข่าวการจับกุมบวนการลักลอบขนแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย โดย พล.ต.ท.สมพงษ์ กล่าวว่า การจับกุมดังกล่าว สืบเนื่องจาก ตม.จันทบุรี ร่วมกับ ร้อย.ทพ.นย.541 ฐานคลองโป่งน้ำร้อน ทราบข่าวว่าจะมีแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองมาทำงานในประเทศไทย จึงจัดชุดออกตรวจบริเวณพื้นที่รอยต่อ ไทย-กัมพูชา จากนั้นพบรถยนต์ต้องสงสัยยี่ห้อ มิตซูบิชิ ปาเจโร่ สีเทา จอดอยู่บริเวณสวนลำไยข้างทาง ถนนสายมะรุม-ฐานโอเฌอกรอม จึงแสดงตัวเข้าตรวจสอบ ผลการตรวจสอบภายในรถพบ นายจิรวัฒน์ (คนขับ) และ นางภาลิณีย์ (ผู้โดยสาร) พร้อมแรงงานต่างด้าว 7 รายทั้งชายและหญิง เมื่อตรวจค้นชาวต่างด้าวทั้ง ราย ไม่พบว่ามีหนังสือเดินทาง หรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางแต่อย่างใด

สตม.จับเพิ่ม"ขบวนการ"ลักลอบขนต่างด้าวเถื่อนเข้าไทย

จากการสอบสวน นายจิรวัฒน์ และนางภาลิณีย์ รับสารภาพว่า ได้รับการติดต่อจากคนไทยไม่ทราบชื่อ-นามสกุลจริง ให้มารับแรงงานต่างด้าวที่บริเวณดังกล่าวแล้วนำไปส่งในเขต จ.ชลบุรี จากนั้นจะมีนายจ้างมารับไปเพื่อทำงานในพื้นที่ จ.ชลบุรี และจากการสอบถามแรงงานต่างด้าวดังกล่าวให้การว่า เพิ่งเดินทางออกจากประเทศกัมพูชา เพื่อมาทำงานในประเทศไทย โดยได้จ่ายเงินให้กับนายหน้าฝั่งกัมพูชาจำนวน 2,000 บาทต่อคน จากนั้นจึงเจ้าหน้าที่ ตม.จึงประสานไปยังเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่สาธารณสุข และผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำชาวต่างด้าวทั้งหมดไปตรวจคัดกรองหาเชื้อโควิด-19 ซึ่งเจ้าหน้าที่สาธารณสุข แจ้งว่าไม่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง แต่ต้องเฝ้าสังเกตอาการ 14 วัน จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหา นายจิรวัฒน์ และนางภาลิณีย์ ฐานร่วมกันช่วยเหลือซ่อนเร้นด้วยประการใดๆ เพื่อให้คนต่างด้าวที่เข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมายเพื่อให้พ้นจากจับกุม พร้อมแจ้งข้อหาแรงงานต่างด้าวทั้ง 6 ราย ฐานเป็นบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้ามาในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย พร้อมยึดรถยนต์คันดังกล่าวไว้เป็นของกลาง ก่อนนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.โป่งน้าร้อน เพื่อดำเนินคดีไปตามกฎหมาย

ผบช.สตม. ยืนยันว่า สตม.มีมาตรการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่างๆ รวมทั้งดำเนินการตรวจสอบชาวไทยและชาวต่างชาติที่กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศชาติ หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด สามารถแจ้งได้ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือโทรศัพท์แจ้งได้ที่สายด่วน 1178 หรือแจ้งผ่านเว็บไซต์ www.immigration.go.th ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ที่มา : https://www.newtv.co.th/