รมว.สุชาติ แย้มแผนคุมโควิด-19 จ่อซื้อวัคซีนฉีดแรงงานต่างด้าว 2.3 ล้านคน

รมว.สุชาติ แย้มแผนคุมโควิด-19 จ่อซื้อวัคซีนฉีดแรงงานต่างด้าว 2.3 ล้านคน

เมื่อวันที่ 4 มีนาคม นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ให้สัมภาษณ์ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีความห่วงใยการควบคุมป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ในกลุ่มแรงงานต่างด้าว โดยมอบหมายให้กระทรวงแรงงานพิจารณาหาแนวทางดูแลแรงงานกลุ่มดังกล่าว โดยจัดหาวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 เพื่อนำมาฉีดให้กับแรงงานต่างด้าว ซึ่งในประเทศไทยมีอยู่ในระบบประกันสังคมประมาณ 2.3 ล้านคน

“ล่าสุด ผมได้มอบหมายให้นายสุทธิ สุโกศล ปลัดกระทรวงแรงงาน ในฐานะประธานคณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ดประกันสังคม) นำเรื่องดังกล่าวเข้าหารือในบอร์ดประกันสังคม เพื่อพิจารณาและศึกษาถึงความเป็นไปได้ ซึ่งจะมีการประชุมภายในเดือนมีนาคมนี้ ทั้งนี้ เบื้องต้น เรื่องการจัดหาวัคซีนโควิด-19 ฉีดให้กับแรงงานต่างด้าวมีความเป็นไปได้ ถือเป็นการช่วยป้องกันโรค และเแบ่งเบาภาระของรัฐบาล เพราะแรงงานต่างด้าวกลุ่มนี้เป็นผู้ประกันตน มีการจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมด้วย ประเมินว่าการจัดหาวัคซีนโควิด-19 สำหรับฉีดให้แรงงานต่างด้าว จำนวน 2.3 ล้านคน จะใช้เงินประมาณ 3,000 ล้านบาท แม้จะเป็นวงเงินที่สูงแต่เชื่อว่าคุ้มค่ากว่าการไม่ฉีด เพราะจะสามารถช่วยป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ไปสู่คนไทย ที่สำคัญไม่ต้องสิ้นเปลืองค่าตรวจหาเชื้อ หรือค่ารักษาพยาบาล” นายสุชาติ กล่าวและว่า หากแนวทางนี้เป็นไปได้ จะเป็นการฝากเงินให้รัฐบาลจัดซื้อแทน ในส่วนของการจัดหาวัคซีนสำหรับประชาชนคนไทยนั้น เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่ดำเนินการอยู่แล้ว

ผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) นายสุชาติ กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องรอให้นายกฯ พิจารณาตามความเหมาะสม ส่วนตนไม่ได้ยึดติด แต่หากยังอยู่ที่กระทรวงแรงงาน ก็ยังมีงานที่ตั้งใจจะทำให้สำเร็จอีก 4 เรื่อง ได้แก่

1.การก่อตั้งโรงพยาบาลประกันสังคม เพื่อเป็นโรงพยาบาลต้นแบบสำหรับผู้ประกันตน

2.การนำเงินกองทุนชราภาพ ร้อยละ 30 ออกมาให้ผู้ประกันตนใช้ก่อนถึงวัยเกษียณ เพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจในครอบครัว

3.การจัดสร้างพิพิธภัณฑ์แรงงาน ซึ่งขณะนี้มีการเจรจาขอใช้ที่ดินของกรมธนารักษ์

4.การจัดตั้งสถาบันการเงิน (ธนาคารประกันสังคม) เพื่อช่วยเหลือแรงงานผู้ประกันตน ซึ่งทั้งหมดนี้อยู่ระหว่างดำเนินการ และต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง

ที่มา : https://www.matichon.co.th/