ปัญหาซ้ำซากแรงงานเถื่อน! ช่องโหว่!เจ้าหน้าที่รัฐ-นายหน้า

ปัญหาซ้ำซากแรงงานเถื่อน! ช่องโหว่!เจ้าหน้าที่รัฐ-นายหน้า

ปัญหาซ้ำซากแรงงานเถื่อน! ช่องโหว่!เจ้าหน้าที่รัฐ-นายหน้า

หลังการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในรอบที่ 2 โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรม (ประมง) ที่ต้องการใช้งานแรงงานต่างด้าว มีแนวโน้มขาดแคลนมากขึ้นเรื่อยๆ

กลายเป็นผลกระทบที่ตามมาหนักขึ้นเรื่อย ๆ หลังการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในรอบที่ 2 โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรม (ประมง) ที่ต้องการใช้งานแรงงานต่างด้าว มีแนวโน้มขาดแคลนมากขึ้นเรื่อย ๆ แม้จะมีการแก้ปัญหาโดยให้แรงงานมาขึ้นทะเบียน แต่ในระยะยาวผลกระทบนอกจากจะส่งผลต่อผู้ประกอบการแล้ว ย่อมส่งผลต่อเศรษฐกิจไทยโดยรวม หากไม่มีการแก้ไขอย่างเป็นระบบ

ปัญหาซ้ำซากแรงงานเถื่อน! ช่องโหว่!เจ้าหน้าที่รัฐ-นายหน้า

ปัญหาแรงงานต่างด้าว-กระบวนการยุ่งยาก 

รศ.ดร.กิริยา กุลกลการ อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ และรองคณบดีฝ่ายวิชาการ วิทยาลัยพัฒนศาสตร์ป๋วย อึ๊งภากรณ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า การแพร่ระบาดของโควิด-19 รอบที่ 2 ส่วนหนึ่งมีเหตุมาจากแรงงานต่างด้าว ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบาย เช่น เปิดให้ขึ้นทะเบียนแรงงานเถื่อนลักลอบทำงานในประเทศ แม้ก่อนหน้านั้นภาครัฐจะพยายามแก้ปัญหา โดยไม่เปิดให้แรงงานกลุ่มนี้มาลงทะเบียน

ปัญหาแรงงานเถื่อนเรื้อรังมาตั้งแต่ปี 2535 ตอนนั้นเราปิดตายไม่ได้รับแรงงานต่างชาติเข้ามาช่วย และพอเศรษฐกิจในประเทศเติบโตมาก ๆ จึงมีการลักลอบนำแรงงานเถื่อนจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามา หลังจากนั้นพยายามแก้ปัญหาให้มาขึ้นทะเบียน ผ่านกระบวนการกดดันนายจ้าง ซึ่งตอนนี้ผ่านมากว่า 30 ปี แต่ยังแก้ปัญหาแรงงานเถื่อนไม่ได้

ในมุมกลับกันหลายคนมองว่า กลุ่มนายหน้าที่พาแรงงานเข้ามาเป็นปัจจัยหนึ่งทำให้เกิดปัญหานี้ ซึ่งถ้ามองให้ดี เราจะเห็นถึงกระบวนการยุ่งยากซับซ้อน ไม่ว่าจะเป็นขั้นตอนขึ้นทะเบียนแรงงานข้ามชาติให้ถูกกฎหมาย และมีค่าใช้จ่ายสูง ทั้งจากประเทศต้นทางและประเทศปลายทาง ดังนั้นจึงเป็นช่องทางที่เปิดให้นายหน้าเข้ามาหาผลประโยชน์

เนื่องจากแรงงานข้ามชาติมีหลายกลุ่ม จึงต้องมีการออกบัตรหลายประเภทมาก สิ่งนี้ทำให้แรงงานมีความยากลำบาก เพราะพวกเขาอ่านภาษาไทยไม่ออก ดังนั้นจึงต้องจ้างนายหน้า ตั้งแต่การพาเข้ามา ไปจนถึงการดำเนินเรื่องเอกสาร ขณะเดียวกันนายจ้างและแรงงานต่างด้าวก็ไม่ได้มีทางเลือกที่มากพอ ทำให้ต้องจ้างนายหน้าที่จะเป็นผู้ที่ดำเนินการให้

“ปัจจุบันแรงงานต่างด้าวในประเทศไทย 80–90% เป็นชาวเมียนมา รองลงมาคือกัมพูชา และลาว ถ้าประเมินแรงงานต่างด้าวทั้งถูกกฎหมาย และไม่ถูกกฎหมาย จะมีประมาณ 4 ล้านคน คิดเป็น 13 % ของจำนวนแรงงานที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และมีส่วนสร้างรายได้มวลรวม 4-6% ต่อปี ของจีดีพีไทย ซึ่งถือว่ามาก”

อุตสาหกรรมหลักยังขาดคนงาน

รศ.ดร.กิริยา กล่าวถึงการลักลอบเข้ามาของแรงงานต่างด้าว เป็นสิ่งสะท้อนให้เห็นถึงการขาดแคลนแรงงานในไทย โดยการลักลอบเข้ามาจากชายแดน จนมาถึง อ.เมือง จ.สมุทรสาคร แสดงให้เห็นถึงช่องโหว่ของการทำหน้าที่ของหน่วยงานรัฐ และด้วยสถานการณ์การระบาดโควิดในรอบแรก ทำให้มีแรงงานบางส่วนเดินทางกลับประเทศไปอย่างน้อยประมาณ 150,000 คน แต่ถ้าดูตัวเลขจากระบบพบว่า มีแรงงานหายไป 400,000-500,000 คน ซึ่งไม่แน่ใจว่าแรงงานที่หายไปกลับประเทศ หรือกลายเป็นแรงงานเถื่อนอยู่ในไทย เพราะทางการเมียนมามีการรายงานว่า มีแรงงานที่เดินทางกลับมาบ้านเกิดเพียง 100,000 คน

จากการแพร่ระบาดโควิดในรอบแรก ทำให้ธุรกิจบางอย่างที่แรงงานต่างด้าวทำอยู่ต้องปิดตัวลง ซึ่งแรงงานกลุ่มนี้ก็มาทำงานในอีกอุตสาหกรรมที่ต้องการแรงงาน เช่น เก็บลำไย หรือผลไม้ตามฤดูกาล  และโรงงานเชือดไก่ ที่มีการเติบโตสวนกระแส เพราะธุรกิจอาหารยังเป็นที่ต้องการและส่งออกได้

ส่วนธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากโควิด และขาดแคลนแรงงานต่างด้าวอย่างมาก คือ อุตสาหกรรมก่อสร้าง ที่มีแรงงานข้ามชาติเข้ามาทำมากที่สุด รองลงมาเป็นอุตสาหกรรมการเกษตรต่อเนื่อง แปรรูปสินค้าเกษตร โรงงานอาหารแช่แข็ง รวมถึงภาคการประมง ที่ขาดแคลนแรงงานข้ามชาติอย่างมากในปัจจุบัน

ขณะที่แรงงานไทยส่วนใหญ่ไม่ทำงานประเภทนี้ ด้วยการศึกษาที่เพิ่มขึ้น แต่จะไปทำงานเหล่านี้ในต่างประเทศที่ได้ค่าแรงมากกว่า 3–4 เท่า เช่น เกาหลีใต้ ซึ่งในภาวะนี้แรงงานไทยจึงเดินทางกลับไปอยู่บ้านต่างจังหวัด และปฏิเสธงานประเภทนี้ เพราะมองว่าไม่คุ้มค่าจ้าง ขณะที่นายจ้างไม่อยากจ้างคนไทย เพราะทำงานไม่นานก็ลาออก ต้องเสียเวลาสอนงานให้คนใหม่ และความอดทนของแรงงานไทยมีน้อยกว่าต่างด้าว

จี้รัฐปิดช่อง “นายหน้า” หาผลประโยชน์

รศ.ดร.กิริยา ยังให้ความเห็นถึงแนวทางการแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงาน นอกจากจะให้แรงงานที่มีอยู่ทำโอทีเพิ่มขึ้นแล้ว ผู้ประกอบการจะต้องหาเครื่องจักรเข้ามาช่วยทดแทนแรงงานคน โดยช่วงนี้ถือเป็นโอกาสที่ผู้ประกอบการต้องทบทวนการทำงาน และสร้างกระบวนการที่มีนวัตกรรมการผลิตที่มากขึ้น 

ขณะที่ภาครัฐควรต้องออก แบบการขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าวที่ถูกกฎหมายให้ง่ายขึ้น ทั้งในเรื่องขั้นตอน และค่าใช้จ่ายถูกลง ที่สำคัญต้องมีความชัดเจน แรงงานเข้าใจง่าย โดยไม่เปิดช่องให้กับนายหน้าเข้ามาหารายได้จากกระบวนการเหล่านี้เหมือนแต่ก่อน

“รวมไปถึงต้องทำงานกับประเทศต้นทางให้มากขึ้น เพราะการทำเอกสารบางอย่างต้องประสานกับประเทศต้นทาง เช่น กรณีหนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต) หมดอายุ ไม่เช่นนั้นอีกไม่กี่เดือนต่อจากนี้ เอกสารบางอย่างของแรงงานจะหมดอายุ ทำให้แรงงานหลุดออกจากระบบไปเรื่อย ๆ อาจถึง 1,500,000 คน ซึ่งสุดท้ายแล้วสิ่งที่ทำมาก็ต้องมาจัดระเบียบกันใหม่อีก และทำให้เกิดค่าใช้จ่ายตามมาอีกมหาศาล”

ที่สำคัญรัฐจะต้องแก้ปัญหาการลักลอบเข้าเมืองให้ได้เสียที เพราะเราเห็นกันมานาน โดยเฉพาะเรื่องเจ้าหน้าที่รัฐรับส่วย ซึ่งถ้ามองในกระบวนการขึ้นทะเบียนแรงงานเถื่อน ส่วนหนึ่งจูงใจให้มีการลักลอบเข้ามามากขึ้น ถ้าหากไม่มีการป้องกันจากเจ้าหน้าที่รัฐอย่างเป็นระบบ

แต่ความยากของการจัดการแรงงานต่างด้าว ไม่ได้อยู่แค่กระทรวงเดียว แต่ต้องมีการร่วมมือของทั้งตรวจคนเข้าเมือง กระทรวงแรงงาน กระทรวงสาธารณสุข ต้องทำงานอย่างบูรณาการกันระหว่างกระทรวง ปัญหานี้คือจุดอ่อนทำให้ประเทศไทยไม่สามารถจัดการกับปัญหานี้ได้สำเร็จเสียที

ที่มา : https://www.dailynews.co.th/