“บิ๊กตู่” ประกาศกร้าว 3 ป. ไม่มีเรียกรับเงิน ปม ลอบขนแรงงานต่างด้าว

“บิ๊กตู่” ประกาศกร้าว 3 ป. ไม่มีเรียกรับเงิน ปม ลอบขนแรงงานต่างด้าว

“บิ๊กตู่” ประกาศกร้าว กลางสภาฯ 3 ป.ไม่มีเรียกรับผลประโยชน์ ปม ลักลอบขนแรงงานต่างด้าว ลั่น รังเกียจเงินชั่วๆ-เกลียดลูกน้องเลวๆ เกียรติยศ-ศักดิ์ศรี อยู่แต่เกิดจนตายในสายเลือด

วันที่ 17 ก.พ. ที่รัฐสภา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ลุกชี้แจง ถึงกรณีที่ถูกกล่าวหาว่า ลุแก่อำนาจว่า รู้สึกแปลกใจผู้อภิปรายอาจจะไม่มีความเข้าใจสถานการณ์ บทบาทหน้าที่ การบริหารราชการในเชิงโครงสร้าง แต่สิ่งที่เห็นตรงกัน คือ สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 เป็นสถานการณ์ที่ฉุกเฉิน เป็นภัยคุกคามต่อบ้านเมืองหลายมิติ ถ้าช้าสถานการณ์จะแย่ลง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการรับรู้อย่างเป็นเอกภาพ หรือการทำให้เกิดความสับสน ยิ่งมีสื่อโซเชียล ยิ่งจะทำให้การเข้าถึงข้อมูลมากขึ้น มีมากขึ้น บางคนใช้ความคิดเห็นตัวเองสรุปข้อมูลเอง อาจไม่ได้รับการสังเคราะห์ที่เพียงพอ หลายเรื่องเกี่ยวกับหลายกระทรวง มีความรับผิดชอบกฎหมายแตกต่างกัน แต่ทั้งหมดมีอำนาจตามกฎหมายเพียงแต่เปิดเวทีกลางให้ข้อมูลไปในทิศทางเดียวกัน ให้พื้นที่รับผิดชอบในสถานการณ์ที่มีความแตกต่างกัน เพื่อความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ ไม่มีใครอยากให้ทุกคนลำบาก หรือทำให้เศรษฐกิจไม่ดี เจตนาของพวกเราไม่ใช่แบบนั้น

“บิ๊กตู่” ประกาศกร้าว 3 ป. ไม่มีเรียกรับเงิน ปม ลอบขนแรงงานต่างด้าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า การบริหารสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 อาจไม่ถูกใจ แต่ขอให้เข้าใจ ทุกคนทำงานเต็มที่ และหลายอย่างมีความย้อนแย้ง ท่านหนึ่งบอกว่าทำไมต้องใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เร็วเกินไป แต่อีกท่านบอกว่าใช้ช้าเกินไป มันย้อนแย้งกันเอง ตรงนี้ทำให้คนทำงานลำบาก แต่ตนไม่สามารถบังคับให้ทุกคนเห็นชอบ เพราะนี่คือประชาธิปไตย ฉะนั้นตนไปรวบอำนาจใครที่ไหน ใครจะว่าใครจะด่า ดูถูกเหยียดหยาม ตนก็นั่งฟังอยู่ ซึ่งมันไม่ควรจะเกิดขึ้นในสภาฯ แห่งนี้ แต่ต้นก็อดทน เพราะนี่คือประชาธิปไตย เพราะนี่คือประชาธิปไตยที่ท่านต้องการ ฉะนั้นอย่ามาหาว่าตนเอาแต่อำนาจ ถ้าใช้อำนาจแบบนั้นต้นคงไม่ต้องมานั่งแบบนี้ และตนก็ชอบทำงานแบบนี้ให้ทุกคนได้แสดงความคิดเห็น แต่บางครั้งในช่วงที่สถานการณ์ไม่เรียบร้อย ไม่สงบสุขก่อนหน้านั้นหลายปีที่ผ่านมา วันนี้ท่านอาจจะลืมไปแล้วว่าความไม่สงบ 4-5 ปีมาด้วยอะไร ซึ่งท่านก็ตอบไม่ได้ ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น เพราะเป็นเรื่องของอนาคต ทุกอย่างอยู่ที่ประชาชน อยู่ที่ระดับผู้บริหารและระดับสมาชิกผู้ทรงเกียรติจะต้องทำความเข้าใจกับประชาชนให้มีความรักความสามัคคี เข้าใจสถานการณ์ โดยไม่บิดเบือนบางอย่าง อยู่ร่วมกันได้ แม้ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาล ทุกอย่างต้องสร้างความรับรู้

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ช่วงแรกเราไม่เคยเจอสถานการณ์แบบนี้ โรคระบาดที่เคยเกิดขึ้นมาแก้ปัญหาคนละอย่าง เป็นการระบาดจากสัตว์สู่คน ตนจำได้มีการฆ่าไก่ 4-5 ล้านตัว แต่นี่เป็นคน ฆ่าแบบนั้นไม่ได้ รัฐบาลไหนทำก็ไม่รู้เหมือนกัน ยอมรับว่าช่วงแรกอาจสับสน ดังนั้นจึงต้องมีมาตรการกลาง มากน้อยขึ้นอยู่กับผู้ว่าราชการจังหวัด ยืนยันตนไม่อยากให้ใครเดือดร้อนทั้งสิ้น ทุกหน่วยงานใช้กฎหมายของตัวเอง ตนไม่ได้ไปสั่งใคร ให้เขาทำงานบูรณาการร่วมกันด้วยกฎหมายของหน่วยงาน เพื่อไม่ให้สับสนอลหม่าน ขอให้เค้าจ่ายการบริหารงานต้องเป็นแบบนี้ ตนเชื่อว่าเหตุการณ์จะดีขึ้น ขอให้เชื่อมั่นเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย ซึ่งตนเชื่อมั่นทุกฝ่ายไม่ได้เลือกฟัง แต่คนที่จะสรุปคือ ศบค. ตนทำงานรูปแบบคณะกรรมการเหมือนกับรูปแบบของคณะรัฐมนตรี (ครม.) นั่นคืออำนาจหน้าที่ของตนตามความรับผิดชอบ ทั้งนี้ตนไม่ได้ผูกขาดอำนาจแต่เพียงผู้เดียวในฐานะ ผอ.ศบค.ได้มีการออกคำสั่งจัดตั้งศูนย์ หลายประเทศก็ทำแบบนี้ ตนไม่อาจกล่าวอ้างว่าเค้าใช้แนวทางเรา มีการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เพราะมีความขัดแย้งสูงในประเทศประชาธิปไตย สาเหตุที่เขาใช้ เพราะเห็นว่าเราทำได้ผล

“ส่วนข้อกล่าวหาที่ว่าปล่อยให้มีการลักลอบเข้าและออกแรงงานต่างด้าวเข้ามาในประเทศ มีการทุจริตผิดกฎหมาย มีการเรียกรับผลประโยชน์ ผมยืนยัน 3 ป.ไม่มีรับเงิน ไปพิสูจน์มา หาพยานมา แล้วไปสู้กับผมในคดีนี้ ในสภาพูดได้ไม่เป็นอะไร ท่านพูดได้ ผมก็พูดได้ แต่ผมก็ต้องรักษากิริยาของผม และผมก็รู้ว่าท่านต้องการให้ผมโมโห ยากบอกไว้ก่อน” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า วันนี้รัฐบาลพยายามหาวิธีการบริหาร สร้างความเข้มแข็งด้านสาธารณสุข ทุกคนช่วยกันคนละไม้คนละมือ ทั้งแพทย์ พยาบาล อสม. แต่ท่านกลับบอกว่าล้มเหลวทั้งหมด ทำไมไม่คิดว่าคนทำงานจะเสียใจ หลายอย่างที่รัฐบาลทำให้เกิดผลดี แต่อาจมีผลเสียด้านเศรษฐกิจอยู่บ้าง ซึ่งก็มีมาตรการเสริมเข้าไป แต่ทุกอย่างก็มีปัญหาอยู่บ้าง เพราะเราบริหารคนจำนวนมากที่เดือดร้อน ตนเข้าใจดีและอยากจะให้เร็วที่สุด ไม่มีใครอยากไม่ให้ แต่มันไม่ใช่เงินของตน เป็นเงินของทุกคน แต่อย่าไปพูดบิดเบือนให้เสียหายว่ารัฐบาลไม่ให้ความสนใจ ซึ่งหลายอย่างทำไปหมดแล้ว ส่วนเว็บไทยชนะที่บอกว่าเป็นการบังคับนั้น ขอถามว่าถ้าเกิดอะไรขึ้นมา แล้วตามเขาไม่ได้จะเกิดอะไรขึ้น ทำเพื่อสุขภาพของประชาชนตรงนี้ต้องขอความร่วมมือด้วย เมื่อเจอปัญหาคือสิ่งที่ต้องแก้ไข ไม่มีอะไรได้มาทีเดียว เช่นเดียวกับการจดทะเบียนแรงงาน ซึ่งก่อนหน้านี้มีขบวนการแรงงานเถื่อน ตนก็ดำเนินการทั้งสิ้น บอกแล้วว่ารังเกียจคนทำผิดกฎหมาย รังเกียจเงินชั่วๆ ที่ได้มาจากการทำความผิด ตนเกลียดลูกน้องเลวๆ เกียรติยศและศักดิ์ศรีอยู่กับตนมาตั้งแต่เกิดจนตายในสายเลือดของตน อย่ามาบอกว่าตนไม่เคารพในศักดิ์ศรีและเกียรติของตัวเอง ไม่เช่นนั้นตนไม่มาทนนั่งอยู่แบบนี้ นี่ไม่ได้โมโห

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า เรื่องการเฝ้าระวังด้านความมั่นคง จะต้องสร้างเครือข่ายประชาชนให้มากที่สุด หลายอย่างเริ่มเปิดเผยมาเรื่อยๆ ต้องขอบคุณ จากการพูดหรือการส่งข้อมูลผ่านโซเชียล ทำให้เราได้ข้อมูลในขั้นต้น และพิสูจน์ทราบต่อไป และวันนี้ได้เปิดช่องทางให้คนแจ้งสายตรงมาที่นายกรัฐมนตรี ทำให้ตนได้ข้อมูลมากขึ้นและทำให้ได้มีการจับกุมหลายคดี จะเป็นกระบวนการที่มีทหาร ตำรวจ มันมีอยู่แล้ว แต่ตนไม่พูดตรงนี้ เพราะพูดไม่ได้กำลังสอบสวนอยู่ แต่ข้อมูลก็จะออกมาหมด ไม่ใช่ตนไม่รู้ทุกอย่างจะชัดเจนขึ้น ถ้าข้อมูลมาถึงผู้บังคับบัญชาระดับบน ที่ท่านบอกว่าระดับบนรอรับเงินอย่างเดียว เงินตรงไหน ตนไม่มีเรื่องของการทุจริต ไม่เคยคุ้นชินกับการทุจริต ท่านพูดมาให้คนเข้าใจผิด จะผิดจะถูกไปว่ากันในกระบวนการยุติธรรม ในสภาฯ อยากให้พูดให้เกียรติกันบ้าง การดูถูกเหยียดหยามควรหรือไม่ ในสภาฯ จะพูดอะไรก็พูดได้ แต่ถ้าไปพูดข้างนอกมีปัญหา

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวด้วยว่า รัฐบาลมีแนวทางในการป้องกันและเฝ้าระวังการแพร่ระบาดโควิด-19 แต่ท่านก็มาตีว่านั่นไม่ดีนี่ไม่ดี ทำอะไรก็ไม่ถูก เอาไว้ท่านมาเป็นรัฐบาลก็แล้วกัน ก็อวยพรอยากให้เป็น แต่จะได้เป็นหรือไม่ก็ไม่รู้เหมือนกัน ตนไม่ได้หวงอำนาจ ท่านก็เข้ามาด้วยกระบวนการเดียวกัน ฉะนั้นอย่าพูดมาก

ที่มา : https://www.thairath.co.th/